<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘13 ปีสภาองค์กรชุมชน’ เครือข่ายประชาชนทั่วประเทศ ประชุมสภาฯ ระดับชาติ ชูประเด็น“สิทธิพลเมือง-กระจายอำนาจเพื่อสังคมที่เป็นธรรม”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประชุมสภาองค์กรชุมชนระดับชาติเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมาที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การเมืองในรัฐสภาเพื่อเปิดศึกซักฟอกรัฐบาลกำลังเข้มข้นดุเดือด&amp;nbsp; ส่วนการเมืองบนท้องถนนก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน&amp;nbsp; ขณะที่เครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศในนามของ &amp;lsquo;สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rsquo; กำลังเฟ้นประเด็นปัญหาต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อประชาชนเพื่อนำมาเสนอในที่ประชุมระดับชาติในวันที่ 10 กันยายนนี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;โควิด-19&amp;nbsp; ภัยพิบัติ &amp;nbsp;ปัญหาที่ดินทำกิน&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; กลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp; ผลกระทบจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ&amp;nbsp; การผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนจะนำประเด็นปัญหาและข้อเสนอจากภาคประชาชน...ไปออกแบบขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงให้เป็นรูปธรรมและเป็นจริงต่อไป&amp;hellip;!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;13 ปี...สภาของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-3.7pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;lsquo;สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rsquo; จัดตั้งขึ้นตาม &amp;lsquo;พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551&amp;rsquo;&amp;nbsp;ในสมัยรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์&amp;nbsp; จุลานนท์&amp;nbsp; โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รักษาการตาม พ.ร.บ. นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเจตนารมณ์เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ&amp;nbsp; ส่งเสริมให้กลุ่มและองค์กรต่างๆ ในตำบล (บางพื้นที่อาจเป็นเทศบาลหรือในกรุงเทพฯ เป็นเขต) &amp;nbsp;รวมตัวกันจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อนำปัญหาหรือเสนอแนวทางการพัฒนาในตำบลมาประชุม&amp;nbsp;ปรึกษาหารือ เสนอความเห็น เสนอแนวทางพัฒนาหรือแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;และสามารถเสนอแนะต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-3.7pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สุวัฒน์&amp;nbsp; คงแป้น ที่ปรึกษาสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนในการร่าง พ.ร.บ. และผลักดันให้เกิด &amp;lsquo;สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rsquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;อธิบายเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp; เมื่อที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลได้แนวทางในการแก้ไขปัญหาหรือแนวทางการพัฒนาชุมชนแล้ว &amp;nbsp;เรื่องใดที่สามารถดำเนินการได้เอง &amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนฯ และสมาชิกก็สามารถนำไปดำเนินการได้ทันที &amp;nbsp;แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่างๆ &amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนฯ สามารถนำไปเสนอแนะการแก้ไขปัญหาและแนวทางการพัฒนาต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-3.7pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยสภาองค์กรชุมชนตำบลแต่ละแห่งจะต้องจัดประชุมอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง&amp;nbsp; และจัดประชุมสภาฯ ระดับจังหวัดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; สามารถเสนอแนวทางการพัฒนาจังหวัดต่อผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์การบริหารส่วนจังหวัด &amp;nbsp;เพื่อนําไปประกอบการพิจารณาการจัดทําแผนพัฒนาจังหวัด&amp;nbsp; รวมทั้งเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาตามความต้องการของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การจัดทำบริการสาธารณะ&amp;nbsp; การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ &amp;nbsp;สังคม &amp;nbsp;คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-3.7pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-3.7pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;สภาองค์กรชุมชนเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ประชาชนในตำบลแสดงความเห็นและความต้องการ&amp;nbsp; เป็นรากฐานของประชาธิปไตยทางตรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกจากนี้จะต้องมีการจัดประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลในระดับชาติปีละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; ที่สำคัญก็คือ&amp;nbsp; ตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนฉบับนี้&amp;nbsp; มาตรา 32 &amp;nbsp;(3) &amp;nbsp;กำหนดให้ที่ประชุมสภาฯ ระดับชาติ &amp;nbsp;สรุปปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ประสบ และข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ &amp;nbsp;ซึ่งหมายความว่า &amp;nbsp;ปัญหาของประชาสามารถนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้โดยตรง &amp;nbsp;ทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด &amp;nbsp;รวดเร็ว &amp;nbsp;และมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;ถือเป็นบทบาทที่สำคัญของสภาองค์กรชุมชนฯ&amp;rdquo; &amp;nbsp;สุวัฒน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จนถึงปัจจุบัน พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551&amp;nbsp; ย่างเข้าสู่ปีที่ 13 &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;7,795 แห่ง &amp;nbsp;(ร้อยละ 99.62 ของจำนวนตำบล/เทศบาล/เขตทั่วประเทศ 7,825 แห่ง) &amp;nbsp;โดยแยกเป็น &amp;nbsp;กรุงเทพ ฯ ปริมณฑลและตะวันออก 881 แห่ง &amp;nbsp;ภาคกลางและตะวันตก 1,159 แห่ง &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp; 2,908 แห่ง&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ &amp;nbsp;1,176 แห่ง &amp;nbsp;และภาคเหนือ &amp;nbsp;1,671 แห่ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบล (ผู้แทนชุมชนและผู้ทรงคุณวุฒิ) รวม &amp;nbsp;254,944 คน &amp;nbsp;มีกลุ่มหรือองค์กรชุมชน/เครือข่ายองค์กรชุมชนที่จดแจ้ง &amp;nbsp;รวม 156,280 องค์กร &amp;nbsp;(ดูรายละเอียด พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนฯ และผลการดำเนินงาน 12 ปีสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ได้ที่ web.codi.or.th )&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;รูปธรรมการใช้สภาฯ แก้ปัญหาในท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวนสภาองค์กรชุมชนตำบลที่มีการจัดตั้งทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; 7,795&amp;nbsp; แห่ง&amp;nbsp; ในจำนวนนี้มีสภาฯ ที่รวมกลุ่มกันจัดตั้งตั้งแต่ปี&amp;nbsp; 2551 &amp;nbsp;และบางแห่งเพิ่งจัดตั้งได้ไม่นาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; &amp;nbsp;เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการส่งเสริมการจัดตั้งสภาฯ&amp;nbsp; ส่งเสริมกิจกรรมและการดำเนินงานของสภาฯ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การพัฒนาศักยภาพแกนนำสภาฯ&amp;nbsp; การศึกษาวิจัย&amp;nbsp; สนับสนุนงบประมาณในการจัดประชุมสภาฯ&amp;nbsp; ตั้งแต่ระดับตำบล-ระดับชาติ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลแต่ละแห่งจะมีสมาชิกประมาณ 30-40 คน&amp;nbsp; มาจากผู้แทนกลุ่มต่างๆ ในตำบล&amp;nbsp; โดยจะมีการคัดเลือกประธานสภาฯ &amp;nbsp;รองประธาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขานุการ &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;รวมทั้งคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิในตำบลให้เป็นที่ปรึกษา &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปราชญ์ชาวบ้าน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ครู &amp;nbsp;&amp;nbsp;พระ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฯลฯประกอบกับสภาพบริบทของแต่ละตำบล&amp;nbsp; ทำให้การดำเนินงานของสภาฯ&amp;nbsp; แต่ละแห่งแตกต่างกันไปตามสภาพของสังคม&amp;nbsp; พื้นที่&amp;nbsp; และปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; ที่ตำบลเผชิญอยู่&amp;nbsp; เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดง &amp;nbsp;อ.อุบลรัตน์ &amp;nbsp;จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;ใช้เวทีสภาฯ ขับเคลื่อนและต่อสู้จนสามารถทวงคืนผืนป่าสาธารณะห้วยเม็กที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน&amp;nbsp; เนื้อที่ 31 ไร่&amp;nbsp; จากบริษัทเครื่องดื่มผสมคาเฟอีนชื่อดังที่งุบงิบทำเรื่องขอเช่าที่ดินสาธารณะโดยไม่ถูกต้อง&amp;nbsp; โดยบริษัทยอมยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินสาธารณะแปลงดังกล่าว&amp;nbsp; และยุติการสร้างโรงงานจนเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศในช่วงปลายปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:-.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลเนินฆ้อ &amp;nbsp;อ.แกลง &amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp; เดิมชาวบ้านมีปัญหาหนี้สิน&amp;nbsp; ผลผลิตราคาตกต่ำ&amp;nbsp; แกนนำในตำบลจึงใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเวทีกลางสร้างความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน &amp;nbsp;นำไปสู่การวางแผนพัฒนาทั้งตำบล &amp;nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เช่น &amp;nbsp;ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ &amp;nbsp;แปรรูปอาหารทะเล-ผลไม้ &amp;nbsp;จัดตั้งตลาดในชุมชน &amp;nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง &amp;nbsp;&amp;lsquo;มหาวิทยาลัยบ้านนอก&amp;rsquo; &amp;nbsp;ก่อนสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; มีนักท่องเที่ยวและผู้มาศึกษาดูงานตลอดทั้งปี &amp;nbsp;ประมาณปีละ 1 แสนคน &amp;nbsp;ทำรายได้เข้าชุมชนประมาณปีละ 20 ล้านบาท&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลแจงงาม&amp;nbsp; อ.หนองหญ้าไซ&amp;nbsp; จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp; ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; เริ่มมีผู้ติดเชื้อในตำบล&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนฯ จึงใช้เวทีสภาฯ เปิดประชุมเพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เชื้อโควิดแพร่กระจาย&amp;nbsp; โดยเชิญผู้นำในชุมชน&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; หน่วยงานสาธารณสุขในตำบล&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เข้าร่วม&amp;nbsp; นำไปสู่การสั่งปิดหมู่บ้านเป็นเวลา 14 วัน&amp;nbsp; ไม่ให้ผู้ติดเชื้อและครอบครัว&amp;nbsp; รวมทั้งคนภายนอกเดินทางเข้า-ออกหมู่บ้าน&amp;nbsp; โดยชุมชนช่วยกันจัดหาอาหาร&amp;nbsp; ยาสมุนไพร&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็นให้แก่ผู้ติดเชื้อและครอบครัว&amp;nbsp; 59 คน&amp;nbsp; รวม 120 ครอบครัว&amp;nbsp; รวมทั้งประสานงานกับ รพ.สต.&amp;nbsp; อำเภอ&amp;nbsp; และภาคเอกชนเพื่อให้ความช่วยเหลือจนผู้ติดเชื้อทุกรายหายเป็นปกติ&amp;nbsp; เชื้อไม่แพร่กระจายไปสู่ชุมชนใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;สภาองค์กรชุมชนตำบลแจงงามมีบทบาทในช่วงสถานการณ์โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้สภาองค์กรชุมชนตำบลยังเป็นกลไกเชื่อมประสานงานพัฒนาในตำบลกับหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในชนบทตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านพอเพียง&amp;rsquo; ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช. เพื่อสนับสนุนการซ่อม-สร้างบ้านให้แก่ประชาชนที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรมนั้น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลจะทำหน้าที่สำรวจความเดือดร้อนของประชาชนในตำบล&amp;nbsp; เพื่อนำมาจัดทำโครงการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลรับผิดชอบ&amp;nbsp; เพื่อให้การดำเนินงานมีความโปร่งใส&amp;nbsp; ประชาชนที่เดือดร้อนได้รับการช่วยเหลือจริง&amp;nbsp; รวมทั้งสภาองค์กรตำบลบางแห่งยังขยับไปแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สุวัฒน์&amp;nbsp; คงแป้น&amp;nbsp; ที่ปรึกษาสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; บอกว่า รูปธรรมการใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นกลไกขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของชุมชนตามตัวอย่างดังกล่าว&amp;nbsp; เป็นการแก้ปัญหาในระดับท้องถิ่น&amp;nbsp; ไม่ใช่การแก้ปัญหาในระดับโครงสร้าง&amp;nbsp; โดยเฉพาะปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากนโยบายของรัฐ&amp;nbsp; ดังนั้น พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 จึงออกแบบมาเพื่อให้มีการจัดประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลในระดับชาติปีละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; โดยมาตรา 32 &amp;nbsp;(3) &amp;nbsp;ระบุว่า &amp;ldquo;กำหนดให้ที่ประชุมสภาฯ ระดับชาติ &amp;nbsp;สรุปปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ประสบ &amp;nbsp;และข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;เปิดประชุมสภาฯ ระดับชาติ ชู 10 ประเด็นปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;lsquo;การจัดประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rsquo; ในปี 2564&amp;nbsp; กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 10 กันยายนนี้&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ร่วมกับเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศจัดขึ้น&amp;nbsp; ผ่านระบบ Zoom Meetings&amp;nbsp; เพื่อปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด&amp;nbsp; เพราะในแต่ละปีจะมีผู้แทนสภาองค์กรชุมชนฯ และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมประชุมประมาณ 200 คน&amp;nbsp;โดยในปีนี้มีการจัดสมัชชาเชิงประเด็นตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม - 4 กันยายน&amp;nbsp; ผ่านระบบ Zoom Meetings&amp;nbsp; เพื่อให้ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศได้เสนอประเด็นปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งข้อเสนอแนะ&amp;nbsp; แนวทางการแก้ไข&amp;nbsp; และกลไกในการขับเคลื่อน&amp;nbsp; เพื่อนำมาสรุปและนำเสนอในวันประชุมระดับชาติวันที่ 10 กันยายน&amp;nbsp; โดยมีธีมงาน&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; &amp;ldquo;13 ปีสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ร่วมส่งเสริมสิทธิพลเมือง &amp;nbsp;กระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น &amp;nbsp;เพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียมและเป็นธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;การจัดสมัชชาเชิงประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนประเด็นปัญหาที่นำเสนอสู่สมัชชาประเด็นในปีนี้&amp;nbsp; ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างหรือเป็นผลกระทบจากนโยบายของรัฐที่ส่งผลต่อประชาชน &amp;nbsp;แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข&amp;nbsp; หรือบางกรณีมีความล่าช้า&amp;nbsp; ไม่ทันต่อสถานการณ์และความเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.สถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;2.การจัดการภัยพิบัติ&amp;nbsp; 3.การทบทวน พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท&amp;nbsp; 4.ปัญหาที่ดินทำกิน&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; 5.กลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.ผลกระทบจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC)&amp;nbsp; 7.ผลักดันโมเดลเศรษฐกิจใหม่ในรูปแบบเศรษฐกิจเกื้อกูล&amp;nbsp; 8.การผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; 9.การคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ควบคุมภาคประชาสังคม&amp;nbsp; 10.การสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; ทบทวนข้อตกลงการค้าเสรี (CPTPP)&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชัชวาลย์&amp;nbsp; ทองดีเลิศ &amp;nbsp;ในฐานะภาคประชาสังคม&amp;nbsp; ให้ความเห็นต่อการขับเคลื่อนปัญหาของสภาองค์กรชุมชนเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างว่า&amp;nbsp; ที่ผ่านมาภาคประชาชนถูกกดด้วยอำนาจการรวมศูนย์ตรงกลางที่ค่อนข้างเข้มข้นมาก&amp;nbsp; เช่น การรวมศูนย์ในการจัดการทรัพยากร&amp;nbsp; มีการประกาศเขตป่าเหนือพื้นที่ที่ชุมชนอยู่มาก่อน&amp;nbsp; เป็นการละเมิดสิทธิชุมชนและกลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp; ทั้งสิทธิพลเมือง&amp;nbsp; สิทธิชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ชุมชน&amp;nbsp; กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ&amp;nbsp; อยู่แบบผิดกฎหมาย&amp;nbsp; เมื่อผิดกฎหมายก็จะถูกจำกัดการพัฒนา&amp;nbsp; งบประมาณและการพัฒนาของหน่วยงานรัฐไม่สามารถเข้าไปดำเนินการในพื้นที่เหล่านี้ได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; การจัดการทรัพยากร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังเชื่อมโยงกับสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; เพราะเมื่อเกิดปัญหาโควิดทำให้เศรษฐกิจหดตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรงงานปิด&amp;nbsp; แรงงานถูกเลิกจ้าง&amp;nbsp; แต่เมื่อแรงงานกลับไปถิ่นฐานในชนบท&amp;nbsp; กลับถูกล็อกพื้นที่ไม่ให้เข้าถึงที่ดินที่ทำกิน&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เข้าไม่ถึงฐานทรัพยากรที่สำคัญ&amp;nbsp; ซึ่งเป็นพื้นฐานของชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่บางคนมีที่ดินในครอบครองกว่า 600,000 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือการปฏิรูปการจัดการที่ดินที่ทำกินที่อยู่อาศัยใหม่&amp;nbsp; โดยการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;จุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.การพัฒนาสังคมฯ ร่วมงานประชุมสภาฯ ระดับชาติเมื่อปี 2563 ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมเชื่อว่าเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนมีข้อเสนอที่คมชัดแล้ว&amp;nbsp; แต่ทำอย่างไร&amp;nbsp; ?&amp;nbsp; จะออกแบบการขับเคลื่อนประเด็นปัญหาเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมทางสังคมขนาดใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้เป็นวาระร่วมของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นประเด็นสาธารณะ&amp;nbsp; ให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกับเราด้วย&amp;nbsp; และสิ่งที่สำคัญก็คือการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; และจะต้องติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง&amp;rdquo; &amp;nbsp;ชัชวาลย์เสนอความเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นี่คือย่างก้าวของการประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลประจำปี 2564&amp;nbsp; ที่กำลังจะเกิดขึ้น&amp;nbsp; เพื่อนำปัญหาและข้อเสนอจากผู้แทนสภาองค์กรชุมชนฯ ทั่วประเทศมาขับเคลื่อน และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง&amp;nbsp; เป็นสภาของประชาชนอย่างแท้จริง !!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสาร&amp;nbsp; เนื้อหาการประชุมได้ทาง face book สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  และเว็บไซต์ www.codi.or.th )&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115469</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 ปีสภาองค์กรชุมชน, 13 ปีสภาองค์กรชุมชน  ร่วมส่งเสริมสิทธิพลเมือง  กระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น  เพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียมและเป็นธรรม, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การจัดประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลในระดับชาติ, การซ่อม-สร้างบ้านให้แก่ประชาชน, จุติ  ไกรฤกษ์, ชัชวาลย์  ทองดีเลิศ, บ้านพอเพียง, พลเอกสุรยุทธ์  จุลานนท์, พอช., รัฐสภา, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สภาองค์กรชุมชนตำบล, สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดง, สภาองค์กรชุมชนตำบลเนินฆ้อ, สภาองค์กรชุมชนตำบลแจงงาม, สิทธิพลเมือง-กระจายอำนาจเพื่อสังคมที่เป็นธรรม, สุวัฒน์  คงแป้น, เครือข่ายประชาชน, โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในชนบท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131890b6549d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พอช.&#039; จับมือภาคีเครือข่าย  ‘ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19’ ผนึกพลังส่งอาสาสมัคร 200 คนหนุนชุมชนกรุงเทพฯ-ปริมณฑลสู้ภัยโรคร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ชาวชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ตรวจหาเชื้อโควิดโดยการสนับสนุนของชมรมแพทย์ชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ /&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จับมือภาคีเครือข่าย &amp;nbsp;&amp;lsquo;ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;rsquo;&amp;nbsp;ผนึกพลังส่งอาสาสมัคร-ผู้นำชุมชน 11 ทีม&amp;nbsp; ประมาณ 200 คน&amp;nbsp; หนุนชุมชนกรุงเทพฯ-ปริมณฑลรวม 1,386&amp;nbsp; ชุมชนสู้ภัยโควิดช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้&amp;nbsp; ขณะที่เครือข่ายสลัม 4 ภาคประสานภาคีเครือข่ายใช้ระบบ Home&amp;nbsp; Isolation&amp;nbsp; ดูแลผู้ป่วยในชุมชนแก้ปัญหาเตียงขาดแคลน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ได้จัดทำแผนงานเพื่อสนับสนุนให้ชุมชนต่างๆ ลุกขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อควบคุม&amp;nbsp; ป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; รวมทั้งจัดทำโครงการต่างๆ เพื่อลดผลกระทบต่อชาวบ้านและชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สนับสนุนงบประมาณจำนวน 30 ล้านบาทกระจายลงสู่ชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการในขณะนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุด พอช. ได้จัดทำโครงการ &amp;lsquo;ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp; ในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; และปริมณฑล&amp;rsquo; โดยจะส่งเจ้าหน้าที่ พอช.&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; อาสาสมัคร&amp;nbsp; ประมาณ 200 คน&amp;nbsp; และหน่วยงานภาคีเครือข่ายลงไปสนับสนุนการทำงานของชุมชนต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; มีเป้าหมาย 1,386 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;เปิดแผนปฏิบัติการ &amp;lsquo;ขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยวันนี้ &amp;nbsp;(26 กรกฎาคม) ระหว่างเวลา 09.00-12.30 น.&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;ได้จัดประชุมผ่านระบบแอพพลิเคชั่นซูม&amp;nbsp; เพื่อปฐมนิเทศสร้างความเข้าใจ &amp;lsquo;ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp; ในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; และปริมณฑล&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีผู้บริหาร - เจ้าหน้าที่ พอช. ผู้นำชุมชนต่างๆ และผู้แทนภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; เช่น สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเข้าร่วมประชุมผ่านระบบซูมประมาณ 150 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;นายสมชาติ ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง&amp;nbsp; โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ชุมชนจึงต้องเข้ามามีบทบาทในการป้องกันและแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เพราะชุมชนจะมีข้อมูลและรู้ว่าใครเป็นใคร&amp;nbsp; ครอบครัวไหนติดเชื้อ&amp;nbsp; หรือต้องกักตัว&amp;nbsp; โดย พอช.จะมีบทบาทสนับสนุนชุมชนและเครือข่ายชุมชนในด้านต่างๆ&amp;nbsp; โดยมีเจ้าหน้าที่ พอช.&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; และอาสาสมัคร&amp;nbsp; เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องชุมชน&amp;nbsp; โดยยึดเอาปัญหาของชุมชนเป็นหลัก&amp;nbsp; เพื่อเอาชนะโควิดให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; โดยรัฐมนตรี&amp;nbsp; จุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; มีนโยบายให้หน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;โดย พอช.จะร่วมกับพี่น้องชุมชน&amp;nbsp; ภาคี&amp;nbsp; เครือข่าย&amp;nbsp; องค์กรพัฒนา&amp;nbsp; และภาคเอกชน&amp;nbsp; ร่วมกันเป็นตาข่ายความร่วมมือ&amp;nbsp; เชื่อมโยง&amp;nbsp; ประสานความช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; เพื่อหนุนเสริมพี่น้องชุมชนอย่างเต็มที่&amp;rdquo; &amp;nbsp;ผอ.พอช.กล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทตรวจเชื้อโควิดให้ชาวชุมชนที่ พอช.เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสยาม&amp;nbsp; นนท์คำจันทร์ &amp;nbsp;คณะทำงานโครงการ &amp;lsquo;ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19 ฯ&amp;rsquo;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้&amp;nbsp; ระบบสาธารณสุขภายนอกไม่สามารถรองรับพี่น้องชาวชุมชนได้&amp;nbsp; ดังนั้นชุมชนจึงต้องลุกขึ้นมาจัดการและแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง&amp;nbsp; ด้วยการสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน&amp;nbsp; ภาคีเครือข่ายต่างๆ และ พอช.&amp;nbsp; โดยชุมชนและชาวบ้านจะต้องเป็นแกนหลักและดูศักยภาพของตนเองว่ามีอะไรบ้าง&amp;nbsp; พอช.และเครือข่ายจะหนุนเสริมด้านไหน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนกลไกการขับเคลื่อนงาน&amp;nbsp; จะมีทีมวอร์รูม โดยมีผู้บริหาร พอช.ร่วมกันกำหนดทิศทางการทำงาน&amp;nbsp; ประสานงานนโยบาย&amp;nbsp; กำหนดเครื่องมือและทรัพยากรในการสนับสนุนชุมชน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีทีมข้อมูลและรายงานผล&amp;nbsp; มีทีมปฏิบัติการจำนวน 11 ทีม&amp;nbsp; อาสาสมัคร&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; และผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ประมาณ 200 คน&amp;nbsp; ลงพื้นที่ปฏิบัติการในกรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต&amp;nbsp; และปริมณฑล&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; นนทบุรี&amp;nbsp; สมุทรปราการ&amp;nbsp; ปทุมธานี&amp;nbsp; นครปฐม&amp;nbsp; รวมทั้งคนไร้บ้านด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสยามแจงกลไกการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;นายสยาม&amp;nbsp; นนท์คำจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาบอกด้วยว่า&amp;nbsp; ขณะนี้ชุมชนที่มีความพร้อมสามารถวางแผนปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ พอช. และสามารถดำเนินการได้เลย&amp;nbsp; โดยยึดปัญหาและความต้องการของชุมชนเป็นหลัก&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้ &amp;nbsp;โดยมีพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด 1,386 ชุมชน&amp;nbsp; แยกเป็น&amp;nbsp; ชุมชนแออัด&amp;nbsp; 641 ชุมชน&amp;nbsp; ชุมชนเมือง 459 ชุมชน&amp;nbsp; และชุมชนที่ไม่ได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนเป็นชุมชน 286 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ทีมปฏิบัติการทั้ง 11 ทีมจะมีหน้าที่ต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.สร้าง เชื่อมโยงเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; 2.จัดทำข้อมูล สถานการณ์ ความต้องการระดับชุมชน&amp;nbsp; 3.จัดทำแผนปฎิบัติการระดับชุมชน (ระยะสั้น-ยาว)&amp;nbsp; 4.ประสานการแก้ไขปัญหา/ประสานกรมต่างๆ ในกระทรวงพม. / ระบบ HOME ISOLATION&amp;nbsp; 5.ประสานภาคีพัฒนา และกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;&amp;nbsp;6.พัฒนาโครงการการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;nbsp; 7.ประเมินการต่อยอดงานพัฒนา พอช. (เช่น&amp;nbsp; จัดทำโครงการบ้านมั่นคงในชุมชนที่ไม่มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย) &amp;nbsp;&amp;nbsp;8.จัดทำรายงานประจำสัปดาห์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;รอบเดือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และ 3 เดือน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ประสบการณ์จากเครือข่ายสลัม 4 ภาค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวนพพรรณ พรหมศรี เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) กล่าวว่า&amp;nbsp; ในช่วงแรกชุมชนเครือข่ายสลัม 4 ภาคในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ได้เตรียมเรื่องสถานที่พักคอยในชุมชนเพื่อเตรียมส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาต่อ&amp;nbsp; แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่ที่รุนแรง&amp;nbsp; ทำให้ไม่สามารถส่งต่อผู้ป่วยได้&amp;nbsp; เนื่องจากโรงพยาบาลต่างๆ ไม่มีเตียงรองรับผู้ป่วยรายใหม่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;นางสาวนพพรรณ &amp;nbsp;พรหมศรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาคจึงได้ชวนภาคีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สถาบันวิจัยและนวัตกรรมเอชไอวี (IHRI)&amp;nbsp; มูลนิธิเข้าถึงเอดส์&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; สสส. ฯลฯ&amp;nbsp; มาพูดคุยกันเพื่อหาทางออก&amp;nbsp; โดยใช้ระบบ Home&amp;nbsp; Isolation (การแยกกักตัวที่บ้าน) เพราะอยู่ที่บ้านก็ยังมียา&amp;nbsp; มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์&amp;nbsp; มีอาหาร 3 มื้อ&amp;nbsp; และได้รับการดูแลจากทีมอาสาโควิดชุมชน&amp;nbsp; ซึ่งเป็นกลุ่มผู้นำหรือจิตอาสาในชุมชนที่ผ่านการอบรมแล้ว&amp;nbsp; รวมทั้งใช้พื้นที่ในชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ศูนย์หรือที่ทำการชุมชนมาจัดทำเป็น Community&amp;nbsp; Isolation เพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง (ระดับสีเขียวหรือเหลืองอ่อน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ระบบการดูแลที่บ้านหรือในชุมชนนี้&amp;nbsp; ถือเป็นระบบใหม่ที่จะเปลี่ยนวิธีคิด&amp;nbsp; จากเดิมที่คนป่วยจะต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาล&amp;nbsp; จะทำให้คนในชุมชนดูแลกันเองได้&amp;nbsp; แต่จะต้องปรับวิธีคิดของผู้นำชุมชนและชาวบ้านด้วย&amp;nbsp; เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคโควิด&amp;nbsp; และระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยว่าสามารถรักษาตัวในชุมชนได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะหากไม่เข้าใจก็จะเกิดความกลัวคนที่ติดเชื้อ&amp;nbsp; และไล่ให้ออกไปรักษานอกชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสาวนพพรรณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ระบบการดูแลรักษาแบบ Home&amp;nbsp; Isolation และ Community&amp;nbsp; Isolation เครือข่ายสลัม 4 ภาคร่วมกับภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; โดยสถาบันวิจัยและนวัตกรรมเอชไอวี  (Institute of HIV Research and Innovation = IHRI) จัดอบรมผู้นำชุมชนและอาสาสมัครเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโรคโควิด-19&amp;nbsp; การแพร่เชื้อ&amp;nbsp; การค้นหาผู้มีความเสี่ยงสูง&amp;nbsp; การตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแบ่งระดับสีผู้ป่วย&amp;nbsp; การดูแลผู้ป่วย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากตรวจพบผู้มีความเสี่ยงสูง &amp;nbsp;จะแนะนำให้แยกตัวอยู่ในบ้าน &amp;nbsp;หรือแยกมาอยู่ในศูนย์พักในชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมทั้งอธิบายการรักษาตัวที่บ้าน &amp;nbsp;และสอบประวัติ&amp;nbsp; นำข้อมูลกรอกเข้าแบบฟอร์ม &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดูแลการใช้ชีวิตประจำวันของกลุ่มเสี่ยงที่ต้องแยกตัว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยทีม IHRI จะส่งยา&amp;nbsp; อุปกรณ์วัดอุณหภูมิ &amp;nbsp;วัดออกซิเจนไปให้&amp;nbsp; และผู้ดูแลจะต้องรายงานผลไปให้พยาบาลที่รับผิดชอบทุกวันเพื่อติดตามอาการ&amp;nbsp; หากป่วยไม่รุนแรง&amp;nbsp; ผู้ป่วยจะได้รับยาฟ้าทะลายโจรและยาพื้นฐานอื่นๆ&amp;nbsp; หากไม่หายภายใน 14 วัน&amp;nbsp; จะได้รับยาฟาร์วิพิราเวียร์ หรือเครื่องช่วยหายใจ&amp;nbsp; หากอาการไม่ดีขึ้นจะประสานการส่งต่อไปยังโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันมี 23 ชุมชนในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดในเครือข่ายสลัม 4 ภาคที่เข้าร่วมโครงการนี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนใหม่ไทรทอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนเพชรคลองจั่น&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุมชนทองกิตติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนหลวงวิจิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนโรงหวาย&amp;nbsp; เครือข่ายคนไร้บ้าน&amp;nbsp; บ้านพูนสุข &amp;nbsp;จ.ปทุมธานี&amp;nbsp; บ้านเตื่อมฝัน &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลปิยะเวทให้คำปรึกษาดูแล&amp;nbsp; และมีศูนย์บริการสาธารณสุขต่างๆ&amp;nbsp; ร่วมสนับสนุน&amp;nbsp; ส่วนงบ ประมาณด้านยา&amp;nbsp; อุปกรณ์ &amp;nbsp;และอาหาร&amp;nbsp; ได้รับการสนับสนุนจาก สปสช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ประชาชนทั่วไปที่ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp; และต้องการรักษาตัวที่บ้าน&amp;nbsp; สามารถลงทะเบียนโดยสแกน QR Code ได้ตามนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;พอช.ใช้งบ 30 ล้านบาทหนุนสู้ภัยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากโครงการ &amp;lsquo;ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp; ในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; และปริมณฑล&amp;rsquo; แล้ว&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;พอช.ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 30 ล้านบาทจัดทำ &amp;lsquo;โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อให้เครือข่ายชุมชนในระดับเมือง (ในกรุงเทพฯ คือระดับเขต) และชุมชน&amp;nbsp; ได้จัดทำแผนงานการป้องกัน&amp;nbsp; ควบคุมการแพร่กระจายเชื้อโรค&amp;nbsp; การเตรียมทำสถานที่พักคอย&amp;nbsp; ลดผลกระทบด้านเศรฐกิจ&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยเครือข่ายชุมชนฯ และชุมชนได้เสนอโครงการมาที่ พอช.&amp;nbsp; และ พอช.ได้อนุมัติโครงการเพื่อสนับสนุนชุมชนดำเนินการไปแล้ว &amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวม 31 เมือง&amp;nbsp; 332 ชุมชน&amp;nbsp; กลุ่มเป้าหมายรวม 67,978 ครัวเรือน&amp;nbsp; (จากทั้งหมด 1,113 ชุมชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย พอช.ได้สนับสนุนงบประมาณให้ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แบ่งเป็น 1.เมืองใหญ่ (เกิน 20 ชุมชน) พื้นที่สีแดง&amp;nbsp; มีชาวชุมชนต้องกักตัวเกิน 81 คนขึ้นไป&amp;nbsp; สนับสนุนงบประมาณ 150,000 บาท&amp;nbsp; 2.พื้นที่สีแดงอ่อน กักตัวระหว่าง 31-80 คน&amp;nbsp; สนับสนุนงบฯ 100,000 บาท&amp;nbsp; 3.พื้นที่สีเหลือง&amp;nbsp; กักตัวไม่เกิน&amp;nbsp; 30 คน&amp;nbsp; สนับสนุนงบฯ 80,000 บาท&amp;nbsp; และสนับสนุนในระดับชุมชนไม่เกินชุมชนละ 50,000 บาท&amp;nbsp; (รวมงบที่ พอช.อนุมัติแล้วทั้งหมดประมาณ 12 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนหลังหมู่บ้านพระปิ่น 5 ขายอาหารราคาถูกให้ชาวชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยมีแผนงานรวมทั้งหมด 107 แผนงาน/กิจกรรม&amp;nbsp; แบ่งเป็น&amp;nbsp; 1.ศูนย์พักคอยเตรียมส่ง รพ. 22 %&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.อบรมอาชีพ 19 %&amp;nbsp; 3.จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สินค้าจำเป็น&amp;nbsp; ราคาทุน&amp;nbsp; 14 %&amp;nbsp; 4.แจกอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร ให้ผู้กักตัว &amp;nbsp;กลุ่มเปราะบาง 13 %&amp;nbsp; 5.เชื่อมโยงเครือข่ายการทำงาน&amp;nbsp; (เช่น&amp;nbsp; สำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; รพ.สต. สปสช.) 13 % &amp;nbsp;6.ศูนย์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; รับบริจาค&amp;nbsp; รวบรวมข้อมูล&amp;nbsp; ประสานงานการตรวจและลงทะเบียนฉีดวัคซีน หา รพ.&amp;nbsp; และ 7.ครัวกลาง 6 % &amp;nbsp;ทำอาหารแจกหรือขายราคาถูก&amp;nbsp; อิ่มละ 20 บาท&amp;nbsp; คนลำบากกินฟรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อลดการออกไปนอกชุมชน&amp;nbsp; ลดโอกาสเสี่ยงที่จะรับหรือแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111166</URL_LINK>
                <HASHTAG>Community  Isolation, IHRI, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การแยกกักตัวที่บ้าน, จุติ  ไกรฤกษ์, ทีมอาสาโควิดชุมชน, นางสาวนพพรรณ พรหมศรี, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, นายสยาม  นนท์คำจันทร์, ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19, พม., พอช., ภาคีเครือข่าย, มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.), มูลนิธิเข้าถึงเอดส์, ระบบ Home  Isolation, ระบบการดูแลที่บ้าน, สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ, สถาบันวิจัยและนวัตกรรมเอชไอวี, สปสช., สสส., สู้ภัยโรคร้าย, อาสาสมัคร, เครือข่ายสลัม 4 ภาค, แก้ปัญหาเตียงขาดแคลน, โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fe77cf36703.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชุมชนชาวแพสะแกกรัง’  พิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ จ.อุทัยธานี                           </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนชาวแพในแม่น้ำสะแกกรัง&amp;nbsp; ด้านขวาคือวัดอุโปสถารามหรือวัดโบสถ์ ซึ่งรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมาในปี พ.ศ. 2444&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนชาวแพริมแม่น้ำสะแกกรัง&amp;nbsp; ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง&amp;nbsp; จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp; ถือเป็นชุมชนชาวแพแห่งสุดท้ายของประเทศไทย&amp;nbsp; เพราะชุมชนชาวแพแห่งอื่นๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชาวแพริมแม่น้ำน่าน&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.พิษณุโลก&amp;nbsp; ซึ่งเดิมมีอยู่กว่า 100 หลัง&amp;nbsp; ถูกทางราชการโยกย้ายออกจากริมน้ำน่านไปตั้งแต่ปี 2541&amp;nbsp; เป็นต้นมา&amp;nbsp; เพราะเห็นว่าทำให้แม่น้ำ สกปรก&amp;nbsp; กีดขวางทางเดินของน้ำ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากใครอยากจะไปดูวิถีชีวิตชาวแพแม่น้ำน่านก็ไปดูได้ที่พิพิธภัณฑ์ชาวแพ&amp;nbsp; ตั้งอยู่ในสวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp; ซึ่งเทศบาลนครพิษณุโลกจัดสร้างขึ้นในปี 2542&amp;nbsp; โดยการสร้างบ่อน้ำแล้วเอาเรือนแพจำลองมาจัดแสดงไว้&amp;nbsp; เสมือนว่าเรือนแพลอยอยู่ในน้ำ&amp;nbsp; แต่ไม่มีชาวแพอาศัยอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือนแพจำลองที่พิษณุโลกดูสวยงาม&amp;nbsp; แต่ไม่มีชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ชุมชนชาวแพริมแม่น้ำสะแกกรังซึ่งมีอยู่กว่า 100 หลัง&amp;nbsp; ชาวแพเกือบ 300 ชีวิต&amp;nbsp; ยังสามารถดำรงชีวิตต่อเนื่องมาจากบรรพบุรุษได้นานกว่า 100 ปี&amp;nbsp; แม้ว่าในวันนี้สายน้ำและสภาพสังคมจะเปลี่ยนแปลงไป&amp;nbsp; จนดูเหมือนว่าชุมชนชาวแพเป็นสิ่งตกค้างทางประวัติศาสตร์&amp;nbsp; และรอผุพังไปตามกาลเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายน้ำและความทรงจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่น้ำสะแกกรัง&amp;nbsp; มีที่มาจากชื่อของหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำและมีต้นสะแกขึ้นอยู่หนาแน่น&amp;nbsp; มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาในจังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp; ไหลผ่านนครสวรรค์ลงมายังอุทัยธานี&amp;nbsp; และบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่ตำบลท่าซุง&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.อุทัยธานี&amp;nbsp; มีความยาวประมาณ 225 กิโลเมตร&amp;nbsp; หล่อเลี้ยงผู้คนมานานปี&amp;nbsp; โดยเฉพาะชาวเรือนแพที่มีวิถีชีวิตผูกพันอยู่กับสายน้ำนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) เคยเสด็จมาที่ตลาดและวัดในเมืองอุทัยธานีในปี พ.ศ.2444 โดยเรือกลไฟล่องเข้ามาในคลอง (แม่น้ำ) สะแกกรัง&amp;nbsp; ทอดพระเนตรเห็นบ้านเรือนและแพ&amp;nbsp; หากนับถึงปัจจุบันเป็นเวลา 120 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนชาวแพสะแกกรัง ภาพถ่ายครั้ง ร.5 เสด็จประพาสเมืองอุทัย&amp;nbsp; มุมด้านบนคือวัดอุโปสถารามหรือวัดโบสถ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายอีกมุมหนึ่ง&amp;nbsp; ด้านซ้ายมือเป็นตลิ่งทางขึ้นไปสู่ตลาดเมืองอุทัยธานี&amp;nbsp; (ภาพจากสมุดภาพเมืองอุไทยธานี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุงทองหยด&amp;nbsp; จุลมุสิทธิ์&amp;nbsp; วัย 79 ปี&amp;nbsp; อาชีพหาปลาและเลี้ยงปลาในกระชัง&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; แกยึดอาชีพหาปลาในแม่น้ำสะแกกรังตั้งแต่รุ่นหนุ่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อก่อนน้ำในแม่น้ำยังใสแจ๋ว&amp;nbsp; ใช้ทั้งกินและอาบ&amp;nbsp; ถ้าใช้กินก็จะตักน้ำใส่โอ่งเอาไว้&amp;nbsp; แล้วเอาสารส้มลงไปแกว่ง&amp;nbsp; ทิ้งให้ตกตะกอนก็เป็นอันใช้ได้&amp;nbsp; ใช้น้ำในโอ่งมาทำกับข้าว&amp;nbsp; ถ้าจะกินก็จะเอาไปต้มก่อน&amp;nbsp; แต่ตอนนี้ใช้น้ำในแม่น้ำอาบและซักผ้าเท่านั้น&amp;nbsp; น้ำกินต้องซื้อเอา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อก่อนลุงยกยอวันนึงจะได้ปลาประมาณ 300-400 กิโลฯ&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นปลาสร้อย&amp;nbsp; ปลาแดง&amp;nbsp; เอามาเคล้าเกลือแล้วตากแดด&amp;nbsp; บางทีก็ได้ปลาใหญ่&amp;nbsp; พวกปลาแรด&amp;nbsp; ปลาสวาย&amp;nbsp; ตัวนึงหนักหลายกิโลฯ&amp;nbsp; แต่ตอนนี้หาปลายาก&amp;nbsp; ได้ปลาวันละ&amp;nbsp; 30-40 โลฯ เท่านั้น&amp;nbsp; เพราะว่าน้ำน้อยลง&amp;nbsp; เริ่มจะเน่าเสีย &amp;nbsp;มีสีดำ&amp;nbsp; อีกอย่างคนหาปลาก็เยอะขึ้น&amp;nbsp; จึงจับปลาได้น้อยลง&amp;rdquo; พรานปลาอาวุโสบอก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกวันนี้ลุงทองหยดมีอาชีพหลักคือเลี้ยงปลาในกระชัง&amp;nbsp; มีปลาเทโพ&amp;nbsp; นิล&amp;nbsp; สวาย&amp;nbsp; แรด&amp;nbsp; และสังกะวาด&amp;nbsp; แต่ส่วนใหญ่เป็นปลาสังกะวาด&amp;nbsp; ปลาในตระกูลปลาสวาย&amp;nbsp; แต่ตัวเล็กกว่า ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 8 เดือน&amp;nbsp; ราคากิโลกรัมละ 70 บาทขึ้นไป&amp;nbsp; จะมีพ่อค้ามารับซื้อแล้วเอาไปขายทางภาคอีสาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอาไปทำปลาแดดเดียว&amp;nbsp; หรือย่างเกลือ&amp;nbsp; รสชาติอร่อย&amp;nbsp; กินกับข้าวเหนียวยิ่งเหมาะ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาชีพหาปลาในแม่น้ำสะแกกรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศรีวภา&amp;nbsp; วิบูลย์รัตน์&amp;nbsp; อายุ 68 ปี&amp;nbsp; เจ้าของแพ &amp;lsquo;ปลาย่าง&amp;nbsp; ป้าแต๋ว&amp;nbsp; อุทัยธานี&amp;rsquo;&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; อุทัยธานีมีทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาและสะแกกรังจึงมีปลานานาชนิด&amp;nbsp; ที่รู้จักกันดีก็คือ &amp;lsquo;ปลาแรด&amp;rsquo;&amp;nbsp; แต่ก่อนนั้นปลายังชุกชุม&amp;nbsp; มีปลาต่างๆ&amp;nbsp; เช่น ปลาเทโพ&amp;nbsp; ปลากด&amp;nbsp; สวาย&amp;nbsp; ช่อน&amp;nbsp; ชะโด&amp;nbsp; กราย&amp;nbsp; ปลาเนื้ออ่อน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เมื่อจับได้มากชาวแพก็จะนำมาแปรรูปเพื่อเก็บเอาไว้ได้กินนานๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำปลาร้า&amp;nbsp; ปลาส้ม&amp;nbsp; ปลาแห้ง&amp;nbsp; ปลาย่าง&amp;nbsp; ปลากรอบ&amp;nbsp; ปลาป่น&amp;nbsp; น้ำพริกปลาย่าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; และนำไปขายที่ตลาดเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัวมานานหลายสิบปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ป้าเกิดอยู่ในแพนี่แหละ&amp;nbsp; ส่วนปู่ย่าก็อยู่กันมานานตั้งแต่สมัย ร.5 ท่านเสด็จมาที่อุทัยฯ&amp;nbsp; ป้าทำปลาย่างขายมาตั้งแต่สมัยสาวๆ&amp;nbsp; เอาไปขายบนตลาดริมแม่น้ำ&amp;nbsp; พอตอนหลังมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวดูแพ&amp;nbsp; จึงเริ่มทำปลาย่างขายบนแพ&amp;nbsp; ใช้วิธีรมควันแบบโบราณตามที่เห็นพ่อแม่เคยทำมา &amp;rdquo;&amp;nbsp; ป้าแต๋ว&amp;rsquo; บอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้าแต๋วบอกด้วยว่า&amp;nbsp; เมื่อก่อนปลาเนื้ออ่อนในแม่น้ำสะแกกรังยังมีชุกชุม&amp;nbsp; ราคาแค่กิโลกรัมละ 5-10 บาท&amp;nbsp; แต่ตอนนี้ปลาเนื้ออ่อนแทบจะหาไม่ได้แล้ว&amp;nbsp; ต้องซื้อมาจากที่อื่น&amp;nbsp; ราคาปลาสดกิโลฯ ละ 500 บาท&amp;nbsp; เมื่อเอามาทำปลากรอบน้ำหนักจะหายไปหลายเท่าตัว&amp;nbsp; ราคาขายปลาเนื้ออ่อนรมควันตอนนี้ตกกิโลฯ ละ 2,000 บาท&amp;nbsp; ถ้าเป็นปลาช่อนหรือปลากดราคากิโลฯ ละ 1,000 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;ป้าแต๋ว&amp;rsquo; โชว์ปลาย่างรมควัน&amp;nbsp; ใช้ไม้ไผ่สานเป็นเสื่อคลุมปลาเพื่อให้ความร้อนกระจายทั่วถึง&amp;nbsp; ถ้าใช้ไฟแรงไป &amp;nbsp;เนื้อปลาจะมีรสขม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสียงจากชาวแพในวันที่แม่น้ำป่วยไข้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายปีมาแล้วที่แม่น้ำสะแกกรังเริ่มป่วยไข้&amp;nbsp; อันเนื่องมาจากวิกฤตน้ำแล้ง&amp;nbsp; ท้องน้ำหดแคบลง &amp;nbsp;โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง &amp;nbsp;เรือนแพหลายสิบหลังเกยตื้น&amp;nbsp; ทำให้ลูกบวบไม้ไผ่ที่ใช้พยุงแพแตกหักเสียหาย &amp;nbsp;กอผักตบชวาไหลมารวมกันขวางกั้นการเดินเรือ&amp;nbsp; แม่น้ำบางช่วงเริ่มเน่าเสีย&amp;nbsp; เพราะปริมาณน้ำลดน้อยลงทำให้น้ำไม่ไหลเวียน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกอบกับน้ำเสียจากชุมชนในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานีไหลทิ้งลงสู่แม่น้ำจึงยิ่งซ้ำเติมแม่น้ำสะแกกรังให้วิกฤต&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝูงปลาที่เคยชุกชุมและเป็นแหล่งอาหาร&amp;nbsp; สร้างรายได้ให้ชาวเรือนแพหลบลี้ไปอยู่วังน้ำอื่น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุงทองหยด &amp;nbsp;พรานปลา สะท้อนปัญหาว่า&amp;nbsp; คนที่เลี้ยงปลาในกระชังจะได้รับผลกระทบจากน้ำเน่าเสีย&amp;nbsp; เพราะทำให้ปลาตาย&amp;nbsp; บางครั้งจึงต้องรีบจับปลาที่ยังโตไม่ได้ขนาดเอาขึ้นมาขายก่อน&amp;nbsp; เพราะหากปล่อยไว้ปลาจะตายหมดกระชังก็จะเสียหายหนัก&amp;nbsp; ส่วนคนที่หาปลาเมื่อก่อนเคยขายได้วันละเกือบพันบาท&amp;nbsp; ตอนนี้หาได้วันละ 300 บาทยังยากเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมคิด&amp;nbsp; คงห้วยรอบ&amp;nbsp; อายุ 53 ปี&amp;nbsp; อาชีพค้าขายในตลาดเทศบาลเมืองอุทัย&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; เรือนแพของเธอผูกอยู่ตรงท่าน้ำวัดโบสถ์&amp;nbsp; หากเป็นช่วงปกติ&amp;nbsp; เธอจะต้องใช้เรือเล็กหรือใช้สะพานไม้ไผ่ข้ามไป-มาระหว่างท่าน้ำกับเรือนแพของเธอ&amp;nbsp; แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว&amp;nbsp; เพราะแม่น้ำแห้งจนสันทรายโผล่ขึ้นมา&amp;nbsp; เรือนแพที่เคยผูกอยู่ที่ท่าน้ำตอนนี้เกยตื้น&amp;nbsp; ทำให้ลูกบวบแตกหักเสียหาย&amp;nbsp; ต้องหาเงินมาซ่อมใหม่&amp;nbsp; แต่ชาวแพส่วนใหญ่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; หาเช้ากินค่ำ&amp;nbsp; ถ้าไม่หาปลา&amp;nbsp; ก็จะไปรับจ้าง &amp;nbsp;หรือค้าขายเล็กน้อยๆ อยู่ในตลาด&amp;nbsp; ไม่มีเงินจะซ่อมแพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้าแต๋ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าของแพปลาย่างครวญว่า&amp;nbsp; พอแม่น้ำสะแกกรังแล้ง&amp;nbsp; นักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวแพก็ลำบาก&amp;nbsp; เพราะผักตบชวาไปขวางเรือ&amp;nbsp; พอเจอโควิดยิ่งแย่&amp;nbsp; นักท่องเที่ยวหายหมด&amp;nbsp; รายได้จากการขายปลาย่าง&amp;nbsp; ปลากรอบ&amp;nbsp; น้ำพริก&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ก็หายไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือนแพที่เคยอยู่ในน้ำ&amp;nbsp; เมื่อน้ำแล้งแพจะเกยตื้น&amp;nbsp; ลูกบวบไม้ไผ่แตกหัก&amp;nbsp; หากเปลี่ยนลูกบวบทั้งหมดจะต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 3-4 หมื่นบาท&amp;nbsp; ไม่รวมค่าแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟื้นฟูวิถีชาวแพ &amp;lsquo;พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาความเดือดร้อนของชาวแพริมแม่น้ำสะแกกรังมีมาต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 3-4 ปี&amp;nbsp; พวกเขาร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน&amp;nbsp; และหน่วยงานในท้องถิ่น&amp;nbsp; จนในปี 2563 &amp;nbsp;จุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จึงให้หน่วยงานในสังกัด&amp;nbsp; คือสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกับจังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp; เทศบาลเมืองอุทัยธานี&amp;nbsp; เกษตรจังหวัด&amp;nbsp; ชลประทานจังหวัด&amp;nbsp; พมจ.&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จัดทำแผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวแพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; &amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp; พอช.ร่วมกับหน่วยงานในท้องถิ่นเริ่มสำรวจข้อมูลชุมชนชาวแพตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับชุมชนชาวแพ&amp;nbsp; สำรวจข้อมูลปัญหาและความต้องการ&amp;nbsp; การจัดทำแผนที่ทำมือ&amp;nbsp; ถ่ายรูปเรือนแพ&amp;nbsp; จับพิกัด GPS&amp;nbsp; ถอดข้อมูลการซ่อมแซมเรือนแพผู้เดือดร้อน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนชุมชนชาวแพจำนวน 13 คนร่วมเป็นคณะทำงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช. (ซ้าย) ร่วมสำรวจชุมชนชาวแพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; พบปัญหาและความต้องการของชุมชนชาวแพทั้งหมด&amp;nbsp; 122 ครัวเรือน&amp;nbsp; รวม 8 ด้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปัญหาน้ำแล้ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; การจัดการท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; ผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; อาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; ด้านวัฒนธรรม&amp;nbsp; และการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน&amp;nbsp; โดยจะเร่งซ่อมแซมเรือนแพก่อน&amp;nbsp; เพราะส่วนใหญ่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมเนื่องจากก่อสร้างมานาน&amp;nbsp; ลูกบวบที่ใช้พยุงแพซึ่งส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้ไผ่ชำรุดแตกหัก&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.บอก&amp;nbsp; และว่า&amp;nbsp; หลังจากนั้นในเดือนกรกฎาคม 2563 หน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp; รวมทั้งส่วนกลางจึงได้ลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อเดินหน้าพัฒนาชุมชนชาวแพร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การซ่อมแซมเรือนแพจำนวน 122 หลัง&amp;nbsp; เริ่มต้นในเดือนกันยายน 2563 &amp;nbsp;โดย พอช.สนับสนุนงบประมาณในการซ่อมแซมเรือนแพหลังละประมาณ 40,000 บาท&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นการเปลี่ยนไม้กระดานปูพื้นแพที่ผุพัง&amp;nbsp; หลังคาสังกะสี&amp;nbsp; ลูกบวบไม้ไผ่&amp;nbsp; ฯล&amp;nbsp; หากเกินงบสนับสนุนเจ้าของแพจะสมทบเอง&amp;nbsp; โดยมีช่างชุมชนและจิตอาสาจากจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp; ประมาณ 80 คนหมุนเวียนมาช่วยกัน&amp;nbsp; ทำให้ประหยัดค่าแรงงานได้หลังละหลายพัน-หลายหมื่นบาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น&amp;nbsp; บางหลังรื้อหลังคา&amp;nbsp; ทำฝาบ้านใหม่&amp;nbsp; เพราะแพหลังเดิมผุพังทั้งหลัง&amp;nbsp; ระดมช่างมาช่วยกัน 10 คน&amp;nbsp; หากคิดค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท&amp;nbsp; ช่วยกันทำ 3 วัน&amp;nbsp; จะประหยัดเงินได้ไม่ต่ำกว่า 9,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่างจิตอาสาช่วยกันซ่อมสร้างเรือนแพริมแม่น้ำสะแกกรัง&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 122 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน (มิถุนายน 2564)&amp;nbsp; การซ่อมแพเสร็จไปแล้ว 89 หลัง&amp;nbsp; อยู่ในระหว่างการดำเนินการ 33 หลัง&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีแผนงานปรับภูมิทัศน์เรือนแพเพื่อให้ดูสวยงาม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การปลูกต้นไม้ริมชายตลิ่ง (ฝั่งวัดโบสถ์ตรงข้ามตลาดเทศบาล)&amp;nbsp; การสร้างถนนเลียบแม่น้ำและเขื่อนป้องกันตลิ่งพังทลาย&amp;nbsp; การวางท่อประปาเข้าสู่ชุมชนชาวแพ&amp;nbsp; โดยเทศบาลเมืองอุทัยธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; การกำจัดผักตบชวา&amp;nbsp; ขุดลอกท้องน้ำ&amp;nbsp; สร้างประตูระบายน้ำเพื่อเติมน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาไม่ให้แม่น้ำสะแกกรังแล้ง โดยกรมชลประทาน&amp;nbsp; รวมทั้งการสนับสนุนสีทาเรือนแพ&amp;nbsp; โดยมูลนิธิไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการพัฒนาชุมชนเรือนแพสะแกกรังให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไปนั้น&amp;nbsp; ผอ.พอช. บอกว่า&amp;nbsp; หากซ่อมแซมเรือนแพเสร็จแล้ว (ประมาณตุลาคมนี้)&amp;nbsp; หน่วยงานต่างๆ จะช่วยกันส่งเสริมชุมชน&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;1.กลุ่มสืบสานวัฒนธรรม&amp;nbsp; ส่งเสริมประเพณีการตักบาตรทางน้ำ&amp;nbsp; งานบุญประเพณี&amp;nbsp; อบรมให้เกิดวิทยากรชุมชน&amp;nbsp; มัคคุเทศก์ชาวชุมชนเรือนแพ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;2.กลุ่มสืบทอดการทำเรือนแพ&amp;nbsp; ถ่ายทอดความรู้ไม่ให้สูญหายไป&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนชาวแพ&amp;nbsp; โฮมสเตย์เรือนแพ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิถีชีวิตชาวแพยังใช้เรือสัญจร&amp;nbsp; แต่บางช่วงต้องฝ่าดงผักตบชวาหนาแน่นทำให้พายเรือลำบาก&amp;nbsp; หรือต้องเปลี่ยนไปใช้รถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.กลุ่มความเข้มแข็งของชุมชน&amp;nbsp; พัฒนาคนรุ่นใหม่ให้อนุรักษ์วิถีชีวิตชาวแพ&amp;nbsp; 5.อนุรักษ์ปลาพื้นถิ่น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลาแรด&amp;nbsp; 6.การแปรรูปปลา&amp;nbsp; สร้างมูลค่า&amp;nbsp; สร้างรายได้ให้ชุมชน&amp;nbsp; 7.เปลี่ยนผักตบชวาให้เป็นของใช้&amp;nbsp; ทำเป็นภาชนะใส่ของ&amp;nbsp; ใส่อาหาร&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นความร่วมมือร่วมใจของหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งชาวชุมชนเรือนแพ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ชุมชนชาวแพริมแม่น้ำสะแกกรังที่เป็นชุมชนชาวแพแห่งสุดท้ายของประเทศเอาไว้&amp;nbsp; ถือเป็น &amp;lsquo;พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตและยังมีลมหายใจ&amp;rsquo;&amp;nbsp; ที่สำคัญคือสนองตอบความต้องการของชาวชุมชนเรือนแพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังที่ &amp;lsquo;ป้าแต๋ว&amp;rsquo; บอกว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ถ้าจะช่วยกันขุดลอกคลอง (แม่น้ำ) และเก็บผักตบได้ก็จะดี&amp;nbsp; เพราะน้ำในคลองจะได้ไหลสะดวก&amp;nbsp; ถ้าคลองสะอาดนักท่องเที่ยวก็อยากจะมา&amp;nbsp; จึงอยากให้ช่วยกันดูแลไม่ให้น้ำเน่าเสีย&amp;nbsp; ชาวบ้านจะได้มีอาชีพ&amp;nbsp; มีรายได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุญโรจน์&amp;nbsp; จันทร์วัด&amp;nbsp; อายุ 64 ปี&amp;nbsp; ช่างสร้างและซ่อมแพฝีมือดีแห่งแม่น้ำสะแกกรัง&amp;nbsp; บอกว่า &amp;ldquo;อยู่แพมันสบาย&amp;nbsp; อากาศไม่ร้อน&amp;nbsp; ลมพัดเย็นสบาย&amp;nbsp; และยังพอหาผักหาปลาในคลองกินได้&amp;nbsp; ถ้ามีการอนุรักษ์แพก็จะดี&amp;nbsp; เพราะจะได้อยู่กันไปนานๆ&amp;nbsp; ชาวบ้านก็จะมีรายได้จากการท่องเที่ยว&amp;nbsp; จากการล่องเรือดูแพ&amp;nbsp; และผมก็อยากให้มีการแก้เรื่องน้ำเสีย&amp;nbsp; และขุดลอกคลองให้ลึกกว่านี้&amp;nbsp; เพื่อให้น้ำไหลได้สะดวก&amp;nbsp; น้ำก็จะไม่เน่า&amp;nbsp; เพราะเดิมน้ำลึกประมาณ 3-4 วา (6-8 เมตร)&amp;nbsp; แต่ตอนนี้เหลือประมาณวา กว่าๆ เท่านั้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักท่องเที่ยวนิยมตักบาตรริมน้ำ&amp;nbsp; บริเวณตลาดเทศบาลเมืองอุทัยธานี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107487</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กลุ่มสืบทอดการทำเรือนแพ, กลุ่มสืบสานวัฒนธรรม, จังหวัดอุทัยธานี, จุติ  ไกรฤกษ์, ชุมชนชาวแพสะแกกรัง, ชุมชนชาวแพแห่งสุดท้ายของประเทศไทย, บุญโรจน์  จันทร์วัด, ปลาย่าง  ป้าแต๋ว  อุทัยธานี, ปลาแรด, พม., พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พิพิธภัณฑ์ชาวแพ, พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต, พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตและยังมีลมหายใจ, ฟื้นฟูวิถีชาวแพ, มูลนิธิไทยเศรษฐ์, ร.5, ลุงทองหยด  จุลมุสิทธิ์, วิกฤตน้ำแล้, วิถีชีวิตชาวแพแม่น้ำน่าน, ศรีวภา  วิบูลย์รัตน์, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สมคิด  คงห้วยรอบ, สมชาติ  ภาระสุวรรณ, ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนชาวแพ, อาชีพหาปลาในแม่น้ำสะแกกรัง, เปลี่ยนผักตบชวาให้เป็นของใช้, แม่น้ำป่วยไข้, แม่น้ำสะแกกรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210624/image_big_60d4172e10168.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุติ ไกรฤกษ์’ แถลงข่าว ‘’งานพรปีใหม่ 2564 จากใจกระทรวง พม.’   มอบของขวัญให้กลุ่มเป้าหมาย  พร้อมเปิดตัว ‘พม.แอมบาสเดอร์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์ รมว.พม.กับผู้บริหารกระทรวงและ &amp;lsquo;พม.แอมบาสเดอร์&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กระทรวง พม./ &amp;lsquo;จุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;rsquo; รมว.พม. แถลงข่าว &amp;lsquo;งานพรปีใหม่ 2564 จากใจกระทรวง พม.&amp;rsquo; โดยให้หน่วยงานในสังกัดมอบของขวัญให้กลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; เด็ก-แม่เลี้ยงเดี่ยว-สตรี-ผู้พิการ-ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ฯลฯ พร้อมคัดคนเก่งฝึกและสร้างอาชีพจังหวัดละ 1 คน&amp;nbsp; โดยโลตัสสนับสนุนงบคนละ 30,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเปิดตัว &amp;lsquo;พม.แอมบาสเดอร์&amp;rsquo; เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์กิจกรรมของกระทรวง&amp;nbsp; คือ &amp;lsquo;นางสาวไทยปี 2562&amp;rsquo;,&amp;nbsp; &amp;lsquo;บุ๋ม&amp;rsquo; ปนัดดา วงศ์ผู้ดี,&amp;nbsp; &amp;lsquo;นีโน่&amp;rsquo; เมทนี บูรณศิริ,&amp;nbsp; &amp;lsquo;ฝน&amp;rsquo; ธนสุนธร&amp;nbsp; และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo;ชาคริต แย้มนาม&amp;rsquo;&amp;nbsp; ด้านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; จับมือกรมกิจการผู้สูงอายุ-ผู้พิการซ่อมแซมปรับปรุงบ้านให้กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; คนพิการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ด้อยโอกาส รวม 25,064 ครัวเรือน&amp;nbsp; ขณะที่การเคหะฯ สร้างบ้านให้ผู้มีรายได้น้อยเช่าราคาถูก 20,000 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (23 ธันวาคม) ระหว่างเวลา 13.00-14.00 น. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกฤษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เป็นประธานในการแถลงข่าว &amp;lsquo;งานพรปีใหม่ 2564 จากใจกระทรวง พม.&amp;rsquo; โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด 8 หน่วยงาน&amp;nbsp; และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายจุติ (นั่งซ้าย) พิธีแถลงข่าว &amp;lsquo;งานพรปีใหม่ 2564 จากใจกระทรวง พม.&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;มอบของขวัญเด็ก 6,464 ชุด-ฝึกอาชีพ 1,000 คนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม.&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; อีกไม่กี่วันจะสิ้นปี 2563 แล้ว สิ่งที่ตนคิดว่ากระทรวง พม.จะต้องทำและจะต้องจัดหาก็คือของขวัญที่จะให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายในปี 2564&amp;nbsp; โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; ผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; สตรี&amp;nbsp; แม่เลี้ยงเดี่ยว&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยเริ่มจากเด็กในสถานสงเคราะห์หรือสถานรับเลี้ยงเด็กของกระทรวง พม. จำนวน 4,000 ชุด&amp;nbsp; และเด็กที่อยู่อยู่ในชุมชนใกล้เคียงอีก 2,464 ชุด&amp;nbsp; โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชนรับไปดำเนินงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;อีกกลุ่มหนึ่งที่ผมเป็นห่วง คือ แม่เลี้ยงเดี่ยว พ่อเลี้ยงเดี่ยว &amp;nbsp;ซึ่งในปีหน้าปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคมคงจะหนักกว่าปีนี้&amp;nbsp; โดยผมได้มอบหมายให้กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ฝึกอาชีพให้กลุ่มเป้าหมายจำนวน 1,000 คนทั่วประเทศ&amp;nbsp; และคัดคนที่มีความสามารถ&amp;nbsp; คนเก่ง&amp;nbsp; จังหวัดละ 1 คน รวม 77 คน &amp;nbsp;โดยโลตัสจะสนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพพร้อมเงินทุนมูลค่ารวมคนละ 30,000 บาท&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายจุติกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้กระทรวง พม.จะสนับสนุนการซ่อมแซมปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; และผู้ที่อยู่ในชุมชน&amp;nbsp; โดยให้หน่วยในสังกัดร่วมกันดำเนินการ&amp;nbsp; คือ กรมกิจการผู้สูงอายุ กรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) รวม 25,064 หลัง และการเคหะแห่งชาติจะสร้างบ้านให้กลุ่มเป้าหมายผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศเช่าราคาถูก&amp;nbsp; จำนวน 20,000 หลัง &amp;nbsp;ค่าเช่าเดือนละ 999 บาทขึ้นไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;และภารกิจที่สำคัญของกระทรวง พม. อีกด้านหนึ่ง&amp;nbsp; คือการให้บริการกับคนที่มีปัญหา และการแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที โดยเรามีการทำงานแบบบูรณาการทั้งในกระทรวงที่เรียกว่า &amp;lsquo;ONE HOME&amp;rsquo; และการบูรณาการข้ามกระทรวง 8 กระทรวงหลัก และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ โดยมีศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 &amp;nbsp;ที่จะสามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ภายใน 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;โดยการประสานงานกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พมจ.) ทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม.จะทำงานตามนโยบายของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; คือ &amp;lsquo;เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rsquo; และจะเป็นเพื่อนท่าน ช่วยท่านทุกกลุ่ม&amp;nbsp; หากมีปัญหาให้ติดต่อ 1300 กระทรวง พม.&amp;rdquo; นายจุติกล่าว&amp;nbsp; และอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่&amp;nbsp; โดยขอพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 รัชกาลที่ 10 และพระราชินี&amp;nbsp; ได้โปรดอวยพรทุกท่านให้มีความสุขสวัสดี&amp;nbsp; มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp; อยู่รอดปลอดภัย&amp;nbsp; และประสบความเจริญรุ่งเรือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เด็กๆ มาร่วมงานแถลงข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เปิดตัว 5 แบรนด์แอมบาสเดอร์ &amp;lsquo;นางสาวไทย-พิธีกร-นักร้องดัง&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับแบรนด์แอมบาสเดอร์หรือฑูตของกระทรวง พม.ที่มาเปิดตัว และจะมาช่วยประชาสัมพันธ์โครงการและกิจกรรมต่างๆ ของกระทรวง พม.ในปี 2564 ประกอบด้วย &amp;nbsp;&amp;lsquo;บิ้น&amp;rsquo; สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์&amp;nbsp; เภสัชกร นางสาวไทยปี 2562 นางงามนานาชาติ 2019 และ 2020 &amp;nbsp;ที่จะมาช่วยด้านกิจการเด็กและเยาวชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;รมว.พม.กับแอมบาสเดอร์หรือ &amp;lsquo;ฑูตกระทรวง พม.&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;lsquo;บุ๋ม&amp;rsquo; ปนัดดา วงศ์ผู้ดี อดีตนางสาวไทย ปี 2543 &amp;nbsp;พิธีกรและผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์&amp;nbsp; จะมาช่วยงานด้านกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;การลดความรุนแรงในครอบครัว&amp;nbsp; &amp;lsquo;นีโน่&amp;rsquo; เมทนี&amp;nbsp; บูรณศิริ&amp;nbsp; พิธีกรและนักแสดง &amp;nbsp;ช่วยประชาสัมพันธ์การเคหะแห่งชาติ นักร้อง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;lsquo;ฝน&amp;rsquo; &amp;nbsp;ธนสุนธร นักร้อง &amp;nbsp;ที่เป็นแบบอย่างของนักสู้ชีวิตที่จะมาช่วยงานกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ &amp;nbsp;และ &amp;lsquo;ชาคริต แย้มนาม&amp;rsquo;&amp;nbsp; นักแสดง&amp;nbsp; รวมทั้ง &amp;lsquo;น้องปีใหม่&amp;rsquo; ผู้พิการที่ร่วมเป็นแอมบาสเดอร์ช่วยงานด้านคนพิการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พอช.มอบของขวัญ &amp;lsquo;บ้านพอเพียง 15,000 หลัง&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; กล่าวว่า&amp;nbsp; ในปีงบประมาณ 2564 พอช. มีแผนดำเนินการโครงการบ้านพอเพียงชนบททั่วประเทศจำนวน 15,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; โดยโครงการนี้เป็นการสนับสนุนให้ครัวเรือนที่มีความเดือดร้อน&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนผุพัง&amp;nbsp; ทรุดโทรม&amp;nbsp; มีฐานะยากจน&amp;nbsp; ได้ซ่อมแซมปรับปรุงบ้านเรือนให้มีความมั่นคง&amp;nbsp; แข็งแรง&amp;nbsp; มีความปลอดภัย&amp;nbsp; เหมาะสมกับการอยู่อาศัย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;โครงการบ้านพอเพียงชนบท พอช.จะให้ชุมชนท้องถิ่นเป็นแกนหลักในการดำเนินงาน&amp;nbsp; ใช้องค์กรในชุมชนที่มีอยู่แล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; สำรวจข้อมูล&amp;nbsp; และคัดเลือกครอบครัวที่มีความเดือดร้อน &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีทีมช่างชุมชนร่วมสำรวจและช่วยคำนวณวัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องใช้&amp;nbsp; มีการจัดเวทีประชาคมเพื่อให้ชาวชุมชนร่วมกันรับรองสิทธิ&amp;nbsp; เพื่อให้ได้ครอบครัวที่มีความเดือดร้อนจริงๆ&amp;nbsp; ร่วมกันจัดซื้อวัสดุพร้อมกันในปริมาณมากเพื่อให้ได้ส่วนลด&amp;nbsp; และใช้ช่างชุมชน&amp;nbsp; ช่างจิตอาสา&amp;nbsp; ทหารช่วยกันซ่อมสร้าง&amp;nbsp; ทำให้ประหยัดงบประมาณและเวลา&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; โครงการมอบของขวัญของกระทรวง พม.ในปี 2564 นี้&amp;nbsp; พอช.ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรี พม.ให้ดำเนินการร่วมกับกรมอื่นๆ โดย พอช.มีกลุ่มเป้าหมายเป็นครัวเรือนที่มีฐานะยากจนทั่วประเทศรวม&amp;nbsp; 15,000 ครัวเรือน &amp;nbsp;(แบ่งเป็น 5 ภูมิภาคๆ ละ 2,900 ครัวเรือน&amp;nbsp; และภาคประชาสังคมรับไปดำเนินการ 500 ครัวเรือน) ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ &amp;nbsp;ส่วนกรมกิจการผู้สูงอายุ&amp;nbsp; และกรมส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กลุ่มเป้าหมายเป็นครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; และผู้พิการ &amp;nbsp;หน่วยงานละ 4,000 ครัวเรือนเศษ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวม 3 หน่วยงานจำนวน&amp;nbsp; 25,640 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้โครงการบ้านพอเพียงชนบท เป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) โดย พอช.รับผิดชอบประมาณ &amp;nbsp;1 ล้านครัวเรือน (การเคหะฯ ประมาณ 2 ล้านครัวเรือน) โครงการบ้านพอเพียงชนบท พอช.เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุบงบประมาณในการซ่อมแซมบ้านเรือนไม่เกินครัวเรือนละ 19,000 บาท&amp;nbsp; ปัจจุบัน (กันยายน 2563) ดำเนินการแล้วทั่วประเทศ&amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp;62,795 ครัวเรือน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87805</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวง พม., งานพรปีใหม่ 2564, จุติ  ไกรฤกษ์, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe302ba17168.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2020 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหาดไทยจับมือ พม. ลงนามบันทึกความร่วมมือ สนับสนุนระบบไฟฟ้า-ประปาพื้นที่โครงการบ้านมั่นคง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 6pt 0in; text-align: center;&quot;&gt;ผู้ร่วมพิธีลงนามร่วมถ่ายรูปกับนายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์ รมว.พม. (เสื้อเหลือง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 6pt 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt&quot;&gt;กระทรวง พม./ กระทรวงมหาดไทยจับมือกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ โดยหน่วยงานในสังกัดร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือสนับสนุนระบบไฟฟ้า&amp;nbsp; น้ำประปา ในพื้นที่โครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; นำร่องกรณีเร่งด่วน 10 ชุมชน&amp;nbsp; เป้าหมายเพื่อบูรณาการวางแผนและสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ด้านสาธารณูปโภค&amp;nbsp; เพื่อให้ชุมชนผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง &amp;nbsp;ช่วยลดค่าใช้จ่าย&amp;nbsp; และตอบสนองนโยบายรัฐบาลตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปีที่ต้องการให้คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี &amp;nbsp;ขณะที่ พอช.เสนอแผน 3 ปีขอรับการสนับสนุนติดตั้งระบบไฟฟ้าและน้ำประปาในโครงการบ้านมั่นคงทั่วประเทศ&amp;nbsp; รวม 43 จังหวัด&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 99&amp;nbsp; โครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
วันนี้ (22 ธันวาคม) ระหว่างเวลา 14.30-15.00 น. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ &amp;ldquo;บูรณาการวางแผนและสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ &amp;nbsp;ด้านระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า น้ำประปา ในพื้นที่โครงการบ้านมั่นคง&amp;rdquo; ระหว่างกระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp;&amp;nbsp;คือ การไฟฟ้านครหลวง&amp;nbsp; การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&amp;nbsp; การประปานครหลวง&amp;nbsp; การประปาส่วนภูมิภาค&amp;nbsp; กับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; โดยมีนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;เป็นประธานสักขีพยาน&amp;nbsp; มีผู้แทนเครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; สลัมสี่ภาค&amp;nbsp; ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) และมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัยเข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp; 70&amp;nbsp;&amp;nbsp; คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การลงนามบันทึกความร่วมมือครั้งนี้&amp;nbsp; สืบเนื่องจากการที่ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) มีข้อเสนอต่อรัฐบาล&amp;nbsp; ให้มีนโยบายการติดตั้งระบบสาธารณูปโภคส่วนต่อขยายระบบน้ำประปา&amp;nbsp; ไฟฟ้า&amp;nbsp; ภายใต้โครงการของรัฐเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เนื่องจากค่าติดตั้งระบบประปา ไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายสูง สมาชิกบ้านมั่นคงเป็นผู้มีรายได้น้อย &amp;nbsp;โดยมีการหารือและดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมระหว่างกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และผู้แทนของ ขปส.&amp;nbsp; ซึ่งมีการกำหนดแนวทางการดำเนินงานเป็น&amp;nbsp; 2 &amp;nbsp;ระยะ คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ระยะเร่งด่วน&amp;nbsp; ดำเนินการสนับสนุนการจัดระบบสาธารณูปโภคน้ำประปา และไฟฟ้า &amp;nbsp;กรณีเร่งด่วน 10 ชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันดำเนินการเสร็จแล้ว 7 ชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนมีสุข&amp;nbsp; ต.แพรกษา จ.สมุทรปราการ (75 ครัวเรือน) ชุมชนทรัพย์มีสุข &amp;nbsp;ต.แพรกษา จ.สมุทรปราการ (105 ครัวเรือน) ชุมชนแสงตะวัน&amp;nbsp; ต.คลองด่าน &amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ (60 ครัวเรือน)&amp;nbsp; ชุมชนโรงช้าง&amp;nbsp; เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ (37 ครัวเรือน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนเมืองใหม่มาลัยทอง&amp;nbsp; เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ (168 ครัวเรือน)&amp;nbsp; และสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงธนภูมิเมืองนครศรีธรรมราช &amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต.ท่าซัก จ.นครศรีธรรมราช (48 ครัวเรือน) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;พิธีลงนามระหว่าง 5 หน่วยงาน&amp;nbsp; โดยมีนายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์ รมว.พม.เป็นประธานสักขีพยาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt&quot;&gt;2.ระยะยาว&amp;nbsp; จัดทำบันทึกความร่วมมือ&amp;nbsp; บูรณาการความร่วมมือในการพัฒนาที่อยู่อาศัยด้านระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า น้ำประปา เพื่อวางแผนการดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าและประปาภายในโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ซึ่งการบูรณาการความร่วมมือดังกล่าว&amp;nbsp; มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชุมชนผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันจะส่งผลต่อการลดภาระค่าใช้จ่ายของชุมชน &amp;nbsp;และตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 &amp;ndash; 2579) ที่ต้องการให้คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเป้าหมายในการลงนามครั้งนี้เพื่อ&amp;nbsp; 1.บูรณาการแผนงาน &amp;nbsp;และประสานความร่วมมือในการร่วมดำเนินการพัฒนาพื้นที่ด้านระบบสาธารณูปโภค &amp;nbsp;ไฟฟ้า &amp;nbsp;น้ำประปา ในพื้นที่โครงการบ้านมั่นคง &amp;nbsp;(มีทั้งการปรับปรุงที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิม และการรื้อย้ายสร้างที่อยู่อาศัยบนที่ดินใหม่) ตามนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความยากจนลดความเหลื่อมล้ำ &amp;nbsp;สร้างความเป็นธรรมในสังคม &amp;nbsp;และการสร้างโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการและบริการของรัฐ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้มีรายได้น้อยภายใต้โครงการบ้านมั่นคงให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี &amp;nbsp;มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย และมีระบบสาธารณูปโภคที่เหมาะสม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนขอบเขตความร่วมมือมีดังนี้ &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย โดยการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมจัดทำแผนงานขยายเขตไฟฟ้า และประปาในพื้นที่โครงการบ้านมั่นคง &amp;nbsp;พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการให้กับครัวเรือนที่อยู่อาศัยในโครงการบ้านมั่นคง &amp;nbsp;โดยเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค&amp;nbsp; สนับสนุนกระบวนการดำเนินงานตามระเบียบหลักเกณฑ์ของหน่วยงานร่วมกับองค์กรชุมชนในพื้นที่โครงการบ้านมั่นคง &amp;nbsp;เพื่อการติดตั้งขยายเขตน้ำประปาให้สำเร็จลุล่วง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานหลักในการประสานการจัดการ การขออนุญาตเรื่องที่ดิน &amp;nbsp;และการรวบรวมข้อมูลพื้นที่ชุมชนภายใต้โครงการบ้านมั่นคงในการขอขยายเขตไฟฟ้าและน้ำประปา พร้อมจัดทำแผนระยะ 3 ปี และแผนรายปี &amp;nbsp;ระบุพื้นที่กลุ่มเป้าหมายเสนอการไฟฟ้าและการประปา โดยเชื่อมโยงกับองค์กรชุมชน และประสานการทำงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;บ้านมั่นคงในพื้นที่ชนบทที่ระบบสาธารณูปโภค&amp;nbsp; ไฟฟ้า&amp;nbsp; น้ำประปายังเข้าไม่ถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การลงนามบันทึกความร่วมมือครั้งนี้&amp;nbsp; มีผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ ร่วมลงนาม&amp;nbsp; ดังนี้&amp;nbsp; นายวิลาศ เฉลยสัตย์&amp;nbsp; รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง&amp;nbsp; นายพงศกร ยุทธโกวิท&amp;nbsp; ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&amp;nbsp; นายสมบูรณ์ สุนันทพงศ์ศักดิ์&amp;nbsp; รองผู้ว่าการการประปานครหลวง นายกฤษฎา ศังขมณี&amp;nbsp; รองผู้ว่าการ (วิชาการ) รักษาการแทนผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค&amp;nbsp; และนายสมชาติ ภาระสุวรรณ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;นายจุติ ไกรฤกษ์ &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; ในฐานะประธานสักขีพยานการลงนาม&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การลงนามในวันนี้ต้องขอขอบพระคุณนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; พลเอกอนุพงษ์&amp;nbsp; เผ่าจินดา&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; การไฟฟ้าและการประปา&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; และพี่น้องภาคประชาชนที่ร่วมกันอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การลงนามในวันนี้เป็นการทำตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp; คือ ประชาชนเป็นใหญ่&amp;nbsp; เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;nbsp; และเป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือ ความจริงใจ&amp;nbsp; และความไว้เนื้อเชื่อใจกัน&amp;nbsp; ซึ่งกว่าจะสำเร็จได้ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ&amp;nbsp; การประสานงานถึง 3 ปีจึงจะลงนามความร่วมมือนี้ได้&amp;rdquo; นายจุติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 6pt 0in; text-align: center;&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช&amp;rsquo; กล่าวว่า พอช. ได้จัดทำแผนระยะ 3 ปี (พ.ศ.2563-2565) เพื่อนำเสนอการไฟฟ้าและการประปาในการสนับสนุนการติดตั้งระบบไฟฟ้าและน้ำประปาในโครงการบ้านมั่นคงทั่วประเทศ&amp;nbsp; รวม 43 จังหวัด&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 99&amp;nbsp; โครงการ&amp;nbsp; มีประชาชนได้รับประโยชน์&amp;nbsp; ลดภาระค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบสายส่ง-เสาไฟฟ้า&amp;nbsp; และระบบจ่ายน้ำประปาในชุมชน&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 11,810 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;โครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; พอช.เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2546 โดย พอช.สนับสนุนให้ชุมชนที่เดือดร้อน&amp;nbsp; มีความไม่มั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อยู่ในที่ดินเช่า&amp;nbsp; หรือบุกรุก โดยชุมชนเป็นแกนหลัก&amp;nbsp; พอช.และหน่วยงานภาคีช่วยสนับสนุน&amp;nbsp; มีการแก้ไขปัญหาหลายรูปแบบ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เช่าที่ดินอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; ปรับปรุง-สร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิม&amp;nbsp; หรือจัดหาที่ดินเพื่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; โดยชาวชุมชนจะต้องจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้าน&amp;nbsp; และจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถานเพื่อบริหารจัดการโครงการ&amp;nbsp; ส่วน พอช.จะมีบทบาทเป็นที่ปรึกษา&amp;nbsp; สนับสนุนงบประมาณบางส่วน&amp;nbsp; และให้สินเชื่อเพื่อก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; ปัจจุบัน พอช. สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยไปแล้วประมาณ 249,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; ในกว่า 3,000 ชุมชนเมืองและชนบททั่วประเทศ&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าวในตอนท้าย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 6pt 0in; text-align: center;&quot;&gt;โครงการบ้านมั่นคงในภูมิภาคต่างๆ ที่ พอช.ให้การสนับสนุน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87686</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุติ  ไกรฤกษ์, บันทึกความร่วมมือ, พม., มหาดไทย, สาธารณูปโภค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201222/image_big_5fe1b7e2ba341.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2020 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุติ  ไกรฤกษ์  รมว.พม.’ เยี่ยมประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ จ.สุราษฎร์ธานี มอบงบสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน-บ้านพอเพียงชนบท 721 หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม.เยี่ยมประชาชนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุราษฎร์ธานี/ ระหว่างวันที่ 7-8 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ทีม One Home พม. จังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ พบปะเยี่ยมเยียมประชาชนที่ด้อยโอกาสและประสบปัญหาทางสังคม&amp;nbsp; พร้อมทั้งมอบงบสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน-บ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายซ่อมสร้างบ้านเรือนที่ยากจนในปีนี้รวม 721 ครัวเรือน&amp;nbsp; งบประมาณ 13 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันที่ 7 สิงหาคม &amp;nbsp;เวลา 08.30 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ทีม One Home พม. จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มเป้าหมายที่ประสบปัญหาทางสังคมที่ตำบลท่าทองใหม่ &amp;nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์&amp;nbsp; และชุมชนนิคมสร้างตนเองพระแสง &amp;nbsp;อำเภอพระแสง &amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างทั่วประเทศ &amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;ตั้งแต่เด็กแรกเกิด &amp;nbsp;เยาวชน &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ &amp;nbsp;คนพิการ &amp;nbsp;คนไร้ที่พึ่ง &amp;nbsp;และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม &amp;nbsp;ซึ่งวันนี้ตนในฐานะตัวแทนของรัฐบาลได้เดินทางมาพบประชาชนด้วยตัวเอง &amp;nbsp;ด้วยการลงพื้นที่ตำบลท่าทองใหม่ &amp;nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์ &amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. จำนวน 5 ครอบครัว &amp;nbsp;พร้อมมอบถุงยังชีพ&amp;nbsp; เงินสงเคราะห์กลุ่มเประบาง &amp;nbsp;รถเข็นสำหรับคนพิการ จำนวน 20 คัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม.มอบรถเข็นสำหรับคนพิการจำนวน 20 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น รมว.พม.และคณะ&amp;nbsp; ได้เดินทางไปที่ชุมชนนิคมสร้างตนเองพระแสง &amp;nbsp;อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี สังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวง พม. ที่มีภารกิจในการจัดสรรที่ดินให้กับผู้ที่อยู่ในนิคมเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;สวนปาล์มน้ำมัน &amp;nbsp;สวนยางพารา&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp;โดย รมว.พม. ได้เยี่ยมชมกิจกรรม &amp;nbsp;ชิม ชม โชว์ ผลิตภัณฑ์ผู้สูงอายุ &amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบเงินทุนการศึกษาให้กับเด็กในครอบครัวยากจน &amp;nbsp;จำนวน 36 ทุน ๆ ละ 1,000 บาท &amp;nbsp;และส่งมอบนมผงสำหรับเด็กที่ครอบครัวได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จำนวน 10 ราย &amp;nbsp;เพื่อให้เด็กที่จะโตเป็นอนาคตของชาติมีความแข็งแรง &amp;nbsp;และควรมีโอกาสได้เรียนหนังสือ เพราะการลงทุนด้านการศึกษาจะเป็นโอกาสให้พวกเขาในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การลงพื้นที่ครั้งนี้ &amp;nbsp;ทำให้เห็นถึงปัญหาอุปสรรคของประชาชนว่ามีอะไรบ้าง &amp;nbsp;และจะได้ช่วยแก้ไขอย่างรวดเร็ว วันนี้เราจะไม่มาแค่แจกรถเข็น &amp;nbsp;มอบเงิน &amp;nbsp;และจากไป &amp;nbsp;แต่เราจะดูแลและติดตามความคืบหน้าของการช่วยเหลือในระยะยาว &amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ประสบปัญหาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพต่อไป &amp;nbsp;ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายว่า กระทรวง พม. ไม่ได้ทำงานเพียงกระทรวงเดียวอีกต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเราจะทำงานบูรณาการร่วมกับกระทรวงอื่นๆ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม.เยี่ยมประชาชนที่ อ.ท่าฉาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในวันนี้ (8 สิงหาคม) &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายจุติ ไกรกฤษ์ &amp;nbsp;รมว.พม. พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวง พม. นายถาวร &amp;nbsp;พรหมฉิม นายอำเภอท่าฉาง&amp;nbsp; และนายสมชาติ ภาระสุวรรณ &amp;nbsp;ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) &amp;nbsp;เดินทางไปยังโครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลเขาถ่าน&amp;nbsp; อำเภอท่าฉาง&amp;nbsp; เพื่อเยี่ยมและมอบบ้านพอเพียงชนบทให้กับประชาชนที่เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย 5 ราย&amp;nbsp; ดำเนินการโดยเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนในพื้นที่&amp;nbsp; ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเขาถ่าน &amp;nbsp;และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องตามโครงการบ้านพอเพียงชนบทประจำปีงบประมาณ 2563&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ทำงานอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;วันนี้มีความพร้อม &amp;nbsp;สามารถซ่อม-สร้างบ้านได้อีกมาก&amp;nbsp; โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลขับเคลื่อนเรื่องบ้านพอเพียง &amp;nbsp;จะช่วยขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; และต้องสนับสนุน พอช.ให้ดำเนินงานได้เต็มที่&amp;nbsp; และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการสร้างบ้านพอเพียงจนสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บ้านพอเพียงเป็นบ้านที่เกิดขึ้นตามมติของชุมชนในตำบล&amp;nbsp; โดยการผ่านเวทีประชาคมที่เห็นร่วมกันว่าครอบครัวใดสมควรจะได้รับ&amp;nbsp; ไม่ใช่ว่าหน่วยงานต้องเป็นผู้ชี้เป้าหรือชี้นำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเป็นฐานรากของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง&amp;nbsp; เพราะว่าฟังเสียงของชาวบ้านส่วนใหญ่&amp;nbsp; เป็นการสนองตอบการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในชุมชน&amp;nbsp; เพราะชุมชนเป็นผู้พิจารณากันเอง&amp;nbsp; ปัจจุบันมีสภาองค์กรชุมชนตำบลจำนวน 7 พันกว่าตำบลทั่วประเทศไทย ซึ่งในปี 2563 นี้ได้ของบประมาณบ้านพอเพียง จำนวน 11,500 หลัง&amp;nbsp; โดยจะให้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นผู้ขับเคลื่อนเรื่องบ้านพอเพียงต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;รมว.พม.กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติกล่าวในตอนท้ายว่า &amp;nbsp;กระทรวง พม. มุ่งดูแลเรื่องที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมทั้งโครงการบ้านเช่าราคาถูกเดือนละ 999 บาท &amp;nbsp;โดยการเคหะแห่งชาติ &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ เพิ่มพูนทักษะ &amp;nbsp;เตรียมพร้อมหลังสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานในวิถีชีวิตใหม่ &amp;nbsp;โดยรัฐบาลพร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้โอกาสกับทุกคน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการเดินทางมาพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีในครั้งนี้&amp;nbsp; รมว.พม.ได้มอบงบประมาณสนับสนุนการซ่อมสร้างบ้านเรือนผู้เดือดร้อน&amp;nbsp; ฐานะยากจน&amp;nbsp; ตามโครงการบ้านพอเพียงชนบทรวม 46 ตำบล จำนวน 721 ครัวเรือน &amp;nbsp;งบประมาณ 13,750,500 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งบประมาณพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท &amp;nbsp;ฟื้นฟูชุมชนจากวิกฤตโควิด 19 &amp;nbsp;จำนวน 47 ตำบล &amp;nbsp;วงเงิน 3,135,000 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;และงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 44 ตำบล สมาชิก 51,864 &amp;nbsp;คน วงเงิน 15,559,200&amp;nbsp; บาท &amp;nbsp;และมอบถุงยังชีพให้กับผู้ด้อยโอกาสในชุมชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวันจุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุวรรณรัตน์ ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า โครงการบ้านพอเพียงชนบท จังหวัดสุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;ดำเนินการตั้งแต่ปี 2560 และในปี 2563 ได้รับการสนับสนุนจำนวน 46 ตำบล 721 ครัวเรือน งบประมาณ 13,750,500 สร้าง-ซ่อมเสร็จแล้ว 227 ครัวเรือน &amp;nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการ 494 ครัวเรือน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลเขาถ่าน ได้รับการสนับสนุนในปี 2563&amp;nbsp; จำนวน 21 ครัวเรือน งบประมาณ 399,000 บาท &amp;nbsp;ปัจจุบันดำเนินการสร้าง-ซ่อมแล้วเสร็จ จำนวน 18 ครัวเรือน เหลืออีก 3 ครัวเรือนอยู่ระหว่างดำเนินการ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลเขาถ่านได้ใช้กลไกของสภาองค์กรชุมชนตำบลในการขับเคลื่อนงานร่วมกับภาคีพัฒนาในพื้นที่ เพื่อร่วมกันสร้าง &amp;nbsp;ซ่อม&amp;nbsp; ออกแบบ&amp;nbsp; และวางแผนการทำงานทั้งระบบเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้กับผู้ยากไร้ในชุมชนให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; แข็งแรง&amp;nbsp; มีสภาพเหมาะสมแก่การอยู่อาศัย รวมถึงส่งเสริมเชื่อมโยงงานพัฒนาอื่นๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนที่มีความเดือดร้อนให้ดียิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม.มอบบ้านพอเพียงให้ประชาชนที่ ต.เขาถ่าน&amp;nbsp; อ.ท่าฉาง&amp;nbsp; จ.สุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73854</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวง พม., กลุ่มเปราะบาง, จุติ  ไกรฤกษ์, บ้านพอเพียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2f543002aa1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2020 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวง พม.จับมือกรมอนามัยเปิดศูนย์สู้ภัย Covid นำร่อง 286 ชุมชนใน กทม.  ด้าน พอช.พักหนี้บ้านมั่นคง 3 เดือน-มอบงบพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนเมือง 72 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม.เปิดศูนย์ชุมชนสู้ภัย covid-19 ที่ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขตวังทองหลาง / รมว.พม. Kick off&amp;nbsp; โครงการ &amp;lsquo;สำรวจให้พบ&amp;nbsp; จบที่ชุมชน&amp;rsquo; นำร่อง 286 ชุมชนใน กทม.&amp;nbsp; โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับกรมอนามัย&amp;nbsp; จัดตั้งศูนย์ชุมชนสู้ภัย Covid-19&amp;nbsp; ให้ความรู้การป้องกันโรคโควิด-19 &amp;nbsp;สนับสนุนครัวกลางชุมชนเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; ระยะเวลาดำเนินการ 10 วัน &amp;nbsp;เริ่ม 20-30 เมษายนนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ พอช.หนุนชุมชนสู้ภัยเศรษฐกิจจากพิษโควิดพักชำระหนี้โครงการบ้านมั่นคงทั่วประเทศ 3 เดือน และสนับสนุนงบพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนเมืองและชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยนายจุติ &amp;nbsp;ไกรฤกษ์ &amp;nbsp;รมว.พม. ได้แต่งตั้ง &amp;lsquo;คณะทำงานขับเคลื่อนมาตรการป้องกัน &amp;nbsp;แก้ไข &amp;nbsp;และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;nbsp; (โควิด-19) ในชุมชน&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;คปค. ชุมชน&amp;rsquo; &amp;nbsp;โดยร่วมมือกับกรมอนามัย&amp;nbsp; ด้วยการขับเคลื่อนโครงการ พม. &amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; ตามแนวคิด &amp;ldquo;สำรวจให้พบ จบที่ชุมชน&amp;rdquo; ในพื้นที่นำร่อง 286 ชุมชนในเขตกรุงเทพมหานครที่อยู่ในความดูแลของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.&amp;nbsp; โดยจะมีการแบ่งทีมงานลงพื้นที่ &amp;nbsp;7 ทีมๆ &amp;nbsp;ละ 4 ชุมชนต่อวัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่ 20-30 เมษายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม.เปิดศูนย์ประสานงานสู้ภัยโควิด-19 แห่งแรกที่วังทองหลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้ (19 เมษายน) &amp;nbsp;เวลา 10.00 น. นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นประธานในการเปิดกิจกรรมหรือ Kick off&amp;nbsp; โครงการ &amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; ตามแนวคิด &amp;ldquo;สำรวจให้พบ จบที่ชุมชน&amp;rdquo; ที่ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตวังทองหลาง &amp;nbsp;&amp;nbsp;กรุงเทพฯ &amp;nbsp;เป็นชุมชนแรก &amp;nbsp;โดยมี พญ.พรรณพิมล&amp;nbsp; วิปุลากร&amp;nbsp; อธิบดีกรมอนามัย&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และผู้แทนชุมชนต่างๆ ในเขตวังทองหลางจำนวน&amp;nbsp; 20 &amp;nbsp;ชุมชนเข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย รมว.พม.เป็นประธานในการเปิด &amp;lsquo;ศูนย์ประสานงานวังทองหลางรวมใจสู้ภัย COVID-19&amp;rsquo; &amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นศูนย์ประสานงานในเขตวังทองหลางซึ่งมีเครือข่ายชุมชนจำนวน 20 ชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;การเปิดกิจกรรมหรือ Kick off โครงการ &amp;lsquo;พักหนี้บ้านมั่นคงทั่วประเทศระยะเวลา 3 &amp;nbsp;เดือน&amp;rsquo; &amp;nbsp;มอบงบประมาณโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยในเมือง&amp;nbsp; รวม 300&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมือง&amp;nbsp; งบประมาณรวม&amp;nbsp; 72 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; มอบงบประมาณสนับสนุนการจัดทำครัวกลางจำนวน 300,000 บาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมอบเมล็ดพันธุ์ผักและพันธุ์ปลาให้แก่ผู้แทนชุมชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม.มอบงบประมาณสนับสนุนชุมชนสู้ภัย COVID&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าวว่า&amp;nbsp; โครงการ &amp;lsquo;พม.ไม่ทิ้งกัน&amp;rsquo; เป็นการทำตามนโยบายของรัฐบาลในการทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19&amp;nbsp; โดยกระทรวง พม.ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันกับกรมอนามัย&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; เริ่มในพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อน&amp;nbsp; เนื่องจากเป็นเมืองที่มีชุมชนหนาแน่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนของการเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยกระทรวง พม.จะร่วมกับกรมอนามัยลงไปในพื้นที่ชุมชนต่างๆ รวม&amp;nbsp; 286 ชุมชน&amp;nbsp; เพื่อป้องกันโรค COVID&amp;nbsp; และรับฟังปัญหาของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลจะทำอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือพี่น้อง&amp;nbsp; จะไม่ปล่อยให้คนไทยตายโดยไม่ได้ป้องกัน&amp;nbsp; รัฐบาลจึงต้องเอาเงินจากทุกกระทรวงมาช่วยเหลือประชาชนก่อน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการพักชำระหนี้&amp;nbsp; การนำอาหารไปให้ชุมชน&amp;nbsp; หรือไปช่วยเหลือตามความต้องการของชุมชนว่าต้องการให้รัฐช่วยเหลือเรื่องอะไรบ้าง&amp;nbsp; และเงินที่ได้รับจากการบริจาคหรือสิ่งของจากภาคเอกชนจะลงไปให้ถึงมือของประชาชนทุกคน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันประชาชนก็จะต้องร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับโควิด&amp;nbsp; และต้องเตรียมความพร้อม&amp;nbsp; ป้องกันตัวเองไม่ให้ติดเชื้อ&amp;nbsp; เพราะขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค&amp;nbsp; ถ้าเร็วที่สุดอาจจะเป็นต้นปีหน้าที่จะผลิตวัคซีนออกมาได้&amp;nbsp; ดังนั้นจึงต้องรักษาชีวิต&amp;nbsp; รักษาครอบครัวเอาไว้ก่อน&amp;nbsp; เพราะชีวิตคนสำคัญที่สุด&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.พม.กล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.พรรณพิมล&amp;nbsp; วิปุลากร&amp;nbsp; อธิบดีกรมอนามัย&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ในช่วง 10&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้กรมอนามัยจะลงพื้นที่ในชุมชนต่างๆ ร่วมกับกระทรวง พม. เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ COVID-19 โดยนำอุปกรณ์การล้างมือไปให้ชุมชน&amp;nbsp; สอนการล้างมืออย่างถูกต้อง&amp;nbsp; 7 ขั้นตอนเพื่อไม่ให้ติดเชื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; การใช้หน้ากากอนามัย &amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp;และต้องทำอย่างต่อเนื่องระยะยาว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;และที่สำคัญก็คือการเว้นระยะห่าง&amp;nbsp; เพื่อให้ห่างจากเชื้อโรค&amp;nbsp; เพราะเชื้อโรคไปไหนไม่ได้&amp;nbsp; หากเราไม่พาไป&amp;nbsp; ซึ่งกรมอนามัยจะเข้าไปดูในชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ว่าจะออกแบบระยะห่างได้อย่างไร&amp;nbsp; และทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ทุกคน&amp;nbsp; โดยเฉพาะผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อจากคนในครอบครัว&amp;nbsp; ดังนั้นคนในครอบครัวที่ออกไปข้างนอกจะต้องระมัดระวังไม่ให้นำเชื้อเข้ามา&amp;nbsp; โดยจะต้องร่วมกับชุมชนและภาคประชาสังคมในการป้องกันโรค&amp;rdquo;&amp;nbsp; อธิบดีกรมอนามัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กรมอนามัยสาธิตการล้างมืออย่างถูกวิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนชุมชนเครือข่ายวังทองหลางสู้ภัย COVID&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบูรณ์&amp;nbsp; จันทร์ชัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิกทั้งหมด 20 ชุมชน&amp;nbsp; ประมาณ 5,200 ครอบครัว&amp;nbsp; และมีผู้ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; ต้องตกงาน&amp;nbsp; หรือมีรายได้น้อยลง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; วินมอเตอร์ไซค์&amp;nbsp; ขับรถแท็กซี่&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ประมาณ 3,000&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; ซึ่งในช่วงสถานการณ์ COVID-19 นี้&amp;nbsp; เครือข่ายฯ ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องในด้านต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค&amp;nbsp; โดยมีแผนต่างๆ ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;1.แผนระยะสั้น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำรวจข้อมูลกลุ่มผู้เดือดร้อนและผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ในระดับชุมชน &amp;nbsp;ส่งเสริมให้สมาชิกชุมชนมีความรู้เท่าทัน &amp;nbsp;เข้าถึงระบบการดูแลจากภาครัฐได้อย่างทั่วถึง&amp;nbsp; ประสานงานจัดหาเครื่องมือป้องกันโรคจากภาคีทุกภาคส่วน &amp;nbsp;&amp;nbsp;การเตรียมและแจกข้าวสารอาหารแห้ง &amp;nbsp;การจัดทำครัวกลาง (เดือนละ 2 ครั้ง)&amp;nbsp; เตรียมพื้นที่รองรับและช่วยเหลือกลุ่มผู้เดือดร้อน พร้อมฝึกอบรมการจัดทำเจลล้างมือ &amp;nbsp;หน้ากากอนามัยให้กับผู้แทนชุมชนแต่ละชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ครัวกลางในชุมชนทำอาหารแจกผู้ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;2.แผนระยะกลาง &amp;nbsp;ส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวในระดับครัวเรือน &amp;nbsp;และพื้นที่ส่วนกลาง &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีแปลงปลูกผักขนาด&amp;nbsp; 400 ตารางวา&amp;nbsp; (อีก 15 วันเก็บเกี่ยวได้)&amp;nbsp; และบ่อเลี้ยงปลา&amp;nbsp; โดยจะพัฒนาให้เป็นแหล่งอาหารในระดับชุมชนและเมือง &amp;nbsp;สามารถเป็นแหล่งสร้างงาน&amp;nbsp; สร้างรายได้ให้กับผู้ที่ตกงานหรือได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;3. แผนระยะยาว&amp;nbsp; มีการเชื่อมโยงระบบกองทุนระดับเมือง &amp;nbsp;มีกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สถาบันการเงินชุมชน ฯลฯ เพื่อให้เกิดทุนภายในการแก้ปัญหาของชุมชนด้านต่างๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงการพัฒนาศูนย์ประสานงานของเครือข่ายชุมชนในเมืองให้เกิดการประสานงานร่วมกับหน่วยงานและภาคีอย่างเป็นระบบ &amp;nbsp;&amp;nbsp;นำไปสู่การขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;lsquo;ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา&amp;rsquo; &amp;nbsp;ถือเป็นชุมชนนำร่องที่จัดทำโครงการ &amp;lsquo;ชุมชนปลอดภัยห่างไกลโควิด-19 ด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rsquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานต่างๆ ร่วมสนับสนุน&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การประกาศเป็นชุมชนปลอดภัยห่างไกลโควิด-19 &amp;nbsp;ด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; เลี้ยงปลา&amp;nbsp; สร้างครัวกลาง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.หนุนชุมชนสู้ภัยเศรษฐกิจพักหนี้บ้านมั่นคง 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; จากผลกระทบด้านเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส &amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐบาลมีมาตรการปิดสถานที่ที่อาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp; สถานบริการต่างๆ&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; ต้องปิดงาน&amp;nbsp; ขาดรายได้&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จึงมีมาตรการพักชำระหนี้ให้แก่องค์กรชุมชนที่ใช้สินเชื่อจาก พอช.&amp;nbsp; โดยไม่ต้องชำระเงินต้น &amp;nbsp;ดอกเบี้ย &amp;nbsp;และไม่คิดดอกเบี้ยในระยะเวลา 3 เดือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายนนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีองค์กรชุมชนที่ใช้สินเชื่อประมาณ 500 องค์กรทั่วประเทศ&amp;nbsp; มีสมาชิกประมาณ 50,000 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อด้านที่อยู่อาศัยตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; &amp;nbsp;วงเงินดอกเบี้ยที่ลดลงรวมประมาณ 42 ล้านบาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งชุมชนรุ่งมณีพัฒนาก็เป็นหนึ่งในชุมชนที่ได้รับการพักชำระหนี้ด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเครือข่ายชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; มีโครงการบ้านมั่นคงที่ขอพักชำระหนี้ 3 เดือน (เมษายน-มิถุนายน 2563) กับสถาบันฯ &amp;nbsp;จำนวน 4 องค์กร &amp;nbsp;คือ &amp;nbsp;1.สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงชุมชนรุ่งมณี จำกัด &amp;nbsp;&amp;nbsp;2.กลุ่มออมทรัพย์ชุมชนทรัพย์สินเก่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.กลุ่มออมทรัพย์บ้านมั่นคงชุมชนน้อมเกล้า และ 4. กลุ่มออมทรัพย์ชุมชนร่วมสามัคคี &amp;nbsp;มีสมาชิกรวมทั้งหมด &amp;nbsp;390 ราย ยอดเงินต้นคงเหลือรวมทั้งสิ้น 1,629,480 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านมั่นคงชุมชนรุ่งมณีพัฒนา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo;&amp;nbsp; เป็นโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ&amp;nbsp; ทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp; โดยชาวชุมชนที่มีความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ไม่มีความมั่นคงในที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เช่าที่ดิน&amp;nbsp; ปลูกสร้างบ้านในที่ดินของรัฐหรือเอกชน&amp;nbsp; รวมตัวกันแก้ไขปัญหาและบริหารงานในรูปแบบของสหกรณ์&amp;nbsp; โดยการซื้อที่ดินหรือเช่าอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; หรือปรับปรุงบ้านในที่ดินเดิม&amp;nbsp; เพื่อให้มีความมั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พอช. สนับสนุนงบประมาณและสินเชื่อระยะยาวให้แก่กลุ่ม&amp;nbsp; องค์กร&amp;nbsp; หรือสหกรณ์ที่ชาวชุมชนจัดตั้งขึ้นมา&amp;nbsp; แล้วผ่อนชำระคืนเป็นรายเดือนให้แก่ พอช.&amp;nbsp; เริ่มดำเนินโครงการบ้านมั่นคงตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วทั่วประเทศ รวม&amp;nbsp; 1,231 โครงการ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 112,777 ครัวเรือน&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม&amp;nbsp; และมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; กิจกรรมเด็ก&amp;nbsp; การจัดการขยะ&amp;nbsp; บำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; การดูแลสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนเมือง 72 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเปิดตลาดขายสินค้าชุมชนทางออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; นอกจากนี้ พอช.ยังมี &amp;lsquo;โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมืองและชนบท&amp;rsquo; ในช่วงสถานการณ์ไวรัสโควิด งบประมาณรวม 144 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; แยกเป็นชุมชนเมือง 72 ล้านบาท&amp;nbsp; และชนบท 72 ล้านบาท&amp;nbsp; เฉพาะโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนเมือง &amp;nbsp;มีเป้าหมายเครือข่ายชุมชนเมือง 317 เครือข่าย/เมือง &amp;nbsp;รวมทั้งชุมชนเดี่ยวที่ยังไม่มีเครือข่าย&amp;nbsp; เครือข่ายชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; เครือข่ายสลัมสี่ภาค&amp;nbsp; และศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน 5 ศูนย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำครัวกลางของกลุ่มคนไร้บ้านศูนย์สุวิทย์วัดหนู&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณโครงการละ 30,000 - 300,000 บาท &amp;nbsp;เน้นเครือข่ายชุมชน&amp;nbsp; ทั้งที่ทำโครงการบ้านมั่นคงและชุมชนรายได้น้อยอื่นๆ ในเมือง&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดการทำงานเชื่อมโยงกัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการสำรวจข้อมูลชุมชน &amp;nbsp;วางแผนการพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งกรณีเฉพาะหน้า และระยะยาว&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;การทำครัวกลาง &amp;nbsp;จัดเตรียมข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; การปลูกผักสวนครัว &amp;nbsp;การปรับหรือพัฒนาทักษะอาชีพ&amp;nbsp; การจัดตั้งหรือฟื้นฟูกองทุนชุมชน&amp;nbsp; การเชื่อมโยงสินค้าชนบทสู่เมือง&amp;rdquo; &amp;nbsp;ผอ.พอช.ยกตัวอย่างโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พอช.ได้เปิดตลาดนัดออนไลน์เพื่อให้พี่น้ององค์กรชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศเข้ามาขายสินค้าทางออนไลน์ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ &amp;nbsp;และเกษตรกรบางกลุ่มมีปัญหาส่งสินค้าไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศไม่ได้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยใช้ facebook&amp;nbsp; ตลาดนัดองค์กรชุมชน&amp;nbsp; มีสินค้าจากเหนือจรดใต้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลาแห้ง&amp;nbsp; ส้มไข่ปลาจากลุ่มน้ำโขง จ.บึงกาฬ&amp;nbsp; ก๋วยจั๊บสำเร็จรูปจาก จ.อำนาจเจริญ&amp;nbsp; มะม่วงสุกมหาชนกจาก จ.กาฬสินธุ์&amp;nbsp; มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจาก จ.พิษณุโลก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp; จาก ต.หนองสาหร่าย&amp;nbsp; จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลาเค็มจากมหาวิทยาลัยบ้านนอก&amp;nbsp; จ.ระยอง&amp;nbsp; น้ำบูดูสายบุรี&amp;nbsp; จ.ปัตตานี&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผักและผลไม้ปลอดสารเคมีจากสหกรณ์การเกษตรอินทรีย์ปราจีนบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; สินค้าชุมชนจาก อ.หนองม่วง&amp;nbsp; จ.ลพบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; และอื่นๆ อีกมากมาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูสินค้าได้ที่ facebook&amp;nbsp; ตลาดนัดองค์กรชุมชน&amp;nbsp; และสั่งซื้อสินค้าจากผู้ผลิตได้โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฟสบุคส์ตลาดนัดองค์กรชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63614</URL_LINK>
                <HASHTAG>covid-19, กรมอนามัย, จุติ  ไกรฤกษ์, รมว.พม., ศูนย์ชุมชนสู้ภัย, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200419/image_big_5e9c0d51313ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
